สถานีคิดเลขที่ 12 : แปร ‘บวม’ ให้ ‘เฟิร์ม’ โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

21.12.25 | 10:11 น.
แปร‘บวม’ให้‘เฟิร์ม’ ภาวะน้ำเงิน “บวม” ลูก “แดง” แกง “ส้ม”

ภาวะน้ำเงิน “บวม” ลูก “แดง” แกง “ส้ม”
สะท้อนปรากฏการณ์ 3 พรรค 3 ขั้ว ภูมิใจไทย เพื่อไทยและประชาชน น่าสนใจ
ว่าถึงภูมิใจไทยก่อน แม้ตอนนี้ จะเป็นช่วงขาขึ้นสุดๆ ถึงขนาดหวังตัวเลข ส.ส. 200 คน
แต่การจะไปถึงเป้าหมายนั้นคงต้องแก้ “อ่อน” ใน “แข็ง” ให้ได้
กล่าวคือ ภาวะที่นักการเมืองทะลักไหลเข้าพรรค ซึ่งเหมือนดูดีนั้น
แต่ก็คงปฏิเสธภาวะ “บวม” ไม่ได้

บวมจากภาพของ “การเมืองเก่า” ที่ยังต้องพึ่งพา บ้านใหญ่ ก๊วนการเมือง สูงมาก
แม้จะทำให้วางใจ ว่าจะสามารถกวาด ส.ส.เขต ได้เป็นกอบเป็นกำ
แต่เมื่อเป้าหมาย 200 ส.ส. หรือเป็นพรรคที่ได้รับเลือกเป็นอันดับหนึ่ง
ภูมิใจไทยคงต้องทำให้ อาการ “บวม” แปรสภาพเป็น “เฟิร์ม”

เฟิร์มด้วยการเสริมให้พรรคมีความเข้มแข็ง-แข็งแกร่ง คู่ขนานไปกับ ส.ส.เขตด้วย
นั่นคือต้องเร่ง ความนิยมต่อพรรค ซึ่งจะมีผลต่อ ส.ส. “ปาร์ตี้ลิสต์” ที่ตอนนี้ ยังไม่พุ่งกระฉูดนัก
เราได้เห็นความพยายามอยู่หลายอย่าง เช่น การพยายามดึงเอาคนนอกเข้ามาเป็นแคนดิเดตนายกฯ ไม่ว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ และล่าสุด นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว
แต่กระนั้น ก็ยังไม่ลงตัวไม่อาจประกาศอย่างเป็นทางการได้

ส่วนการตอกย้ำ ความเป็นพรรคที่ “พูดแล้วทำ พลัส” นั้น ก็ยังไม่รู้ว่าจะมีน้ำหนักมากเพียงใด
เพราะสิ่งที่พูดและทำ อย่างกรณีพลิกพลิ้วออกจากเอ็มโอเอกับพรรคประชาชน มีคนไม่น้อยมองว่า “ฉลาด” หรือเก่ง แบบศรีธนญชัยมากกว่า
“การบ้าน” สำคัญของภูมิใจไทยก็คือ ทำอย่างไร ทำให้พรรคเฟิร์ม
เฟิร์มในฐานะพรรคที่มีหลักการ จุดยืน และแนวทาง ที่แจ่มชัด
ไม่พึ่งเพียงกลุ่มก๊วนนักการเมืองที่แห่แหนเข้ามาเท่านั้น

หันไปมองเพื่อไทย กรณี ลูก “แดง” อันหมายถึง นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย
แม้จะมีการขานรับ ในเชิงบวกในฐานะ นักวิชาการ คนรุ่นใหม่
แต่ก็เป็นภาพบวกในเชิง “บุคคล” (ซึ่งก็ต้องเสียเวลากับการอธิบาย เรื่องการเป็นคน “ตระกูลชินวัตร” หรือลากโยงไปยังเรื่องต่างๆ กระทั่งกรณีที่น้องสาวไปแต่งงานกับอีลีทกัมพูชา แม้เป็นอดีตไปแล้วแต่ก็ไม่วายถูกขุดขึ้นมา)
จึงต้องติดตามว่า กระแสในเชิงบุคคลของนายยศชนัน จะยืนระยะช่วยแบก “เพื่อไทย” ที่วันนี้ ยังไม่อาจหวนกลับไปยืนในจุดแข็งได้เหมือนเดิม
โดยเฉพาะจุดแข็งที่เคยโดดเด่นในเรื่อง “ขาย” นโยบาย ทั้งที่เป็นประชานิยม และแนวคิดใหม่ๆ
แต่ตอนนี้ ภาพตรงนี้ยังไม่กลับมา คงต้องเร่งทำการบ้านหนัก
จะหวังพึ่งนายยศชนันโดดๆ คงไม่ได้

Advertisement

ส่วนพรรคประชาชน ที่ตอนนี้ภาพ “ส้ม” ที่ถูก “แกง” ถูกตราประทับลงกลางพรรค อย่างปฏิเสธไม่ได้
ทำให้โมเมนตัมของพรรค ยังไม่อยู่ในโหมด “ขาขึ้น” ได้
ซึ่งก็เป็นโจทย์ที่พรรคประชาชนต้องเร่งแก้
ก็ต้องดูว่า ความพยายาม อย่างขายความเป็น “ทีมเวิร์ก” เช่นการเปิดตัว 4 รองนายกรัฐมนตรี จะ “แรง” แค่ไหน
รวมไปถึงการจะเปิดตัวรัฐมนตรีออกมาโชว์ จะซื้อใจผู้ลงคะแนนได้เพียงใด

นอกจากนี้การตามหาหัวคะแนนธรรมชาติ ที่อิงกับฐานผู้ที่ให้เงินอุดหนุนพรรคการเมืองกว่า 96 ล้านบาท ที่สูงสุดประจําปี 2568 บวกกับสมาชิกพรรคกว่าแสนคน จะแปรไปสู่คะแนนเสียง แข่งกับพรรคคู่แข่งได้แค่ไหน คงต้องติดตาม
ทุกนาที ต่อจากนี้ เราคงได้เห็นกลยุทธ์ต่างๆ ถูกงัดออกมาสู้กันและกำจัดจุดอ่อน
ซึ่งเราในฐานะคนไทยที่จะเป็นผู้ตัดสินในคูหาเลือกตั้ง คงต้องเลือกและตัดสินใจกันให้ดี
เพื่อให้เสียงคนไทย “เฟิร์ม” ไม่ “บวม”

สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร