การเลือกตั้งหรือการลงประชามติ มักวางอยู่บนพื้นฐานตรรกะอันเรียบง่ายเสมอ
แม้ในการเลือกตั้ง-ลงประชามติเดือนกุมภาพันธ์นี้ บางสิ่งบางอย่างโดยเฉพาะ “กระบวนการทำประชามติรัฐธรรมนูญ” จะถูกห่อหุ้มด้วยขั้นตอนกติกาที่สลับซับซ้อนยุ่งยากเกินจำเป็นก็ตาม
อย่างไรก็ดี สุดท้าย การต่อสู้กันระหว่างพรรคการเมือง และการตัดสินใจของประชาชน นั้นอาจ “เข้าใจง่าย” กว่าที่หลายคนหลายฝ่ายวิเคราะห์-คาดคิด
“ความเรียบง่าย” ที่ว่าคืออะไร และอย่างไร?
ถามว่าง่ายด้วย “กระสุน” หรือ?
แม้คำตอบอาจจะเป็น “ใช่” สำหรับบางพื้นที่ บางหน้ากระดานของเกมการเลือกตั้ง
ทว่า เอาจริง พรรคการเมืองที่ “ยิงกระสุนหนักๆ” ก็มิได้เป็นพรรคอันดับหนึ่งที่ชนะการเลือกตั้งมาหลายครั้งแล้ว
ยกเว้น คราวนี้จะมีพรรคการเมืองที่ใช้ “กระสุน” ใน “ปริมาณมหาศาล” กันจริงๆ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น คำถามต่อเนื่องก็คือ พรรคการเมืองพรรคนั้น/เหล่านั้นไปเอา “กระสุนมหาศาล” มาจากไหนบ้าง?
ถามว่าง่ายด้วย “กระแส” หรือ?
ความเชื่อหรือสมมุติฐานว่าด้วย “กระแส” กับการเลือกตั้ง มักวางอยู่บนคำอธิบายที่ว่า “กระแส” เป็นสิ่งที่เสกสรรปั้นแต่งขึ้นมาได้อย่างจงใจ หรือ “กระแส” เป็นแก่นสารสารัตถะทางการเมืองโดยตัวมันเอง
มิได้มองว่า “กระแส” เป็นเพียงแค่ “ผลลัพธ์” จากการสร้าง “ความไว้เนื้อเชื่อใจ” ให้เกิดขึ้นในหมู่ผู้คนจำนวนมหาศาล ด้วยจุดยืน-อุดมการณ์ทางการเมืองที่ชัดเจน ด้วยชุดนโยบายต่างๆ ที่สอดคล้องกับความหวังของประชาชน
“กระแส” ไม่ได้เกิดจากการปั่น (ปั้นน้ำเป็นตัว) ด้วยกระบวนการพีอาร์ ประชาสัมพันธ์ หรือโฆษณาชวนเชื่อปลอมๆ
“กระแสเทียม” ดังกล่าวทำให้พรรคการเมืองชนะหรือประสบความสำเร็จสูงสุดในการเลือกตั้งไม่ได้
ถ้าอย่างนั้น “ตรรกะอันเรียบง่าย” ของการเลือกตั้ง-ลงประชามติรอบนี้คืออะไร?
ทั้งหมดอาจเกี่ยวพันหมุนวนอยู่รอบ “แกนกลาง” เรื่อง “ความเปลี่ยนแปลง”
คำถามคือมีคนจำนวนมากเท่าใด ที่เห็นว่า “ประเทศไทย” ที่เป็นอยู่อย่างทุกวันนี้ กำลังเติบโตเชื่องช้า กระทั่งเสื่อมถอยลงทุกด้าน เรารับมือกับวิกฤตการณ์-ความท้าทายในโลกปัจจุบันได้อย่างยากลำบากแสนสาหัสมากขึ้นเรื่อยๆ
จน “สมควรเปลี่ยนแปลง” ได้แล้ว
แล้วมีคนไทยอีกมากมายเท่าใด ที่ยังเห็นว่า “ประเทศไทย” ณ ปัจจุบัน นั้น “ดีพร้อม” อยู่แล้ว นี่คือ “ชาติ” ที่ตอบสนองความต้องการ-ความปรารถนาของพวกเขาได้อย่างไร้ที่ติ น่าภาคภูมิใจและนำไปสู่การอยู่ดีมีสุขมิเสื่อมคลาย
จน “ไม่สมควรเปลี่ยนแปลง” โดยสิ้นเชิง
และมีพรรคการเมืองพรรคใด ที่ประกาศวิสัยทัศน์ “เปลี่ยน” หรือ “ไม่เปลี่ยน” ประเทศไทย ออกมาโดนใจประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งมากที่สุด
ทั้งนี้ ต้องไม่ลืมว่า ในการเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมา พรรคการเมืองที่เป็นหัวขบวนหรือสัญลักษณ์หลักของ “วิสัยทัศน์สองขั้ว” นี้ มักค่อยๆ ถูกตัดทอนลงจนเหลือแค่ “สองพรรคหลัก” ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง
ไม่ต่างอะไรกับกระบวนการโหวต “เห็นชอบ-ไม่เห็นชอบ” ในประชามติเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ถ้าผู้ลงประชามติส่วนใหญ่ เห็นว่าประเทศไทย “ควรเปลี่ยน” ได้แล้ว การ “เปลี่ยนกฎกติกาสูงสุด” หรือ “เขียนรัฐธรรมนูญ” กันใหม่ ก็จะถือเป็น “จุดเปลี่ยน” หรือ “จุดรีสตาร์ต” สำคัญของพวกเรา
แต่ถ้าผู้ลงประชามติส่วนมากเห็นว่าประเทศไทย “ยังไม่ถึงเวลาเปลี่ยน” เราก็เลือกที่จะอยู่กับ “รัฐธรรมนูญ 2560” ต่อไป
วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ประเทศไทยกำลังมุ่งหน้าไปสู่ “ทางแพร่ง”ระหว่าง “ความอยากเปลี่ยนแปลง” หรือ “ความไม่อยากเปลี่ยนแปลง” เท่านั้นเอง

