สถานีคิดเลขที่ 12 | เหตุสลดที่สีคิ้ว โดย นฤตย์ เสกธีระ

15.01.26 | 11:30 น.

เหตุการณ์เครนก่อสร้างตกใส่รถไฟสายกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

เป็นเรื่องที่ตอกย้ำความน่าหวาดหวั่นในมาตรฐานวิศวกรรมและวิศวกรไทย หลังจากที่ก่อนหน้านี้ปรากฏข่าวเกี่ยวกับการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่เกิดอุบัติเหตุมาหลายครั้งแล้ว

ส่วนใหญ่สถานที่เกิดเหตุมักเป็นถนนพระราม 2 ที่เกิดเหตุจนกระทั่งคนที่ขับรถผ่านต้อง “มองบน” เพราะไม่รู้ว่าจะมีอะไรหล่นใส่ในเวลาไหน

แต่ครั้งนี้เหตุสะเทือนใจเกิดกับขบวนรถไฟ แม้จะเป็นอุบัติเหตุ แต่ก็เป็นเรื่องที่สร้างความเศร้าใจให้แก่ผู้รับทราบข่าว

วันเดียวกันกับที่เกิดเหตุ นายอมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และศาสตราจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีมุมมองเกี่ยวกับอุบัติเหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงตกลงมาทับรถไฟที่สีคิ้วครั้งนี้

Advertisement

อาจารย์อมรมองว่า ส่วนที่ร่วงลงมาทับรถไฟที่วิ่งอยู่ข้างใต้ เป็นตัวฐานรองรับที่วางใต้โครงเหล็ก ซึ่งฐานรองรับดังกล่าวมีน้ำหนักประมาณ 20-30 ตันต่อตัว

สาเหตุที่เกิดเหตุร่วงหล่นลงมา ยังไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัดในวันสองวันนี้

แต่เบื้องต้น อาจารย์อมรสันนิษฐานไว้ 4 ข้อ

หนึ่ง อุบัติเหตุน่าจะเกิดขึ้นหลังจากที่ก่อสร้างสะพานเสร็จไปช่วงหนึ่งแล้ว และกำลังเคลื่อนเครนไปข้างหน้า หรือขณะที่กำลังเคลื่อนย้ายฐานรองรับตัวกลางไปวางบนเสาต้นถัดไป

สอง ส่วนที่ร่วงลงมาคือฐานรองรับโครงเหล็ก ฐานรองรับดังกล่าวมีน้ำหนัก 20-30 ตัวต่อตัน ตกลงมากระแทกรถไฟที่วิ่งอยู่ข้างล่างพอดี ทำให้รถไฟคว่ำ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายคน

สาม ผลจากแรงกระแทกทำให้โครงเหล็กเลื่อนหักและพาดอยู่บนโครงสร้างสะพาน

และ สี่ สาเหตุที่ทำให้ฐานรองรับล่วงลงมาได้ ต้องตรวจสอบการยึดฐานรองรับดังกล่าวกับตัวคานขวางสะพานที่ก่อสร้างเสร็จแล้วว่ายึดไว้แข็งแรงเพียงใด มีปัญหาในการติดตั้งหรือไม่ ทำไมจึงร่วงลงมาได้

แต่ไม่ว่าผลที่ออกมาเป็นเช่นไร คำถามเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยได้ดังกึกก้องไปแล้ว

เพราะกรณีการก่อสร้างแล้วเกิดอุบัติเหตุจนทำให้มีผู้เสียชีวิต ทรัพย์สินเสียหายนั้น เกิดขึ้นบ่อยเหลือเกิน

นี่ยังไม่รวมกับกรณีตึก สตง.ที่กำลังก่อสร้างได้ถล่มลงมาแบบไม่น่าเชื่อขณะที่เกิดแผ่นดินไหว

แผ่นดินไหวศูนย์กลางอยู่พม่า ส่วนตึก สตง.ก่อสร้างในกรุงเทพฯ แต่ก็ถล่มลงมา

ถล่มลงมาเพียงตึกเดียว ส่วนตึกอื่นๆ ปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม ด้วยความรุนแรงที่ออกโซเชียลทำให้ทุกฝ่ายต่างถามหาความปลอดภัย

ความปลอดภัยในการก่อสร้างสิ่งต่างๆ ย่อมหนีไม่พ้นที่ต้องอาศัยความรู้เชิงวิศวกรรม และผู้เชี่ยวชาญอย่างวิศวกร

แล้วจะทำอย่างไรจึงให้การก่อสร้างในที่ต่างๆ ในประเทศไทยเกิดความปลอดภัย

นี่จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายวิศวกรไทยเป็นอย่างยิ่ง

และเป็นความท้าทายของระบบความปลอดภัยในการก่อสร้างที่ประเทศไทยควรมี

เราจะปล่อยให้เหตุการณ์ไม่น่าเชื่อเช่นนี้เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าต่อๆ กันไปคงไม่ได้

เราต้องมีอะไรสักอย่างมาทำให้ทุกคนมั่นใจว่าการก่อสร้างในประเทศไทยปลอดภัย

ทำให้นักลงทุนไทย และนักลงทุนต่างประเทศเชื่อมั่นในระบบการก่อสร้าง

เชื่อมั่นในฝีมือวิศวกรไทย

นฤตย์ เสกธีระ
[email protected]