พรรคประชาชนกำลังแสวงหาโอกาสและเผชิญปัญหา จากระบบการมีหรือไม่มี “พรรคพวก” ทางการเมืองไปพร้อมๆ กัน
ด้านหนึ่ง การเปิดตัว “ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน” คือ การประกาศอย่างชัดเจนว่าพวกเขามี “มืออาชีพ” จากแวดวงต่างๆ เข้ามาเป็น “พวก”
หากได้จัดตั้งรัฐบาล “รัฐบาลพรรคประชาชน” จะไม่ถูกบริหารด้วยนักการเมืองหนุ่มสาวเร่าร้อนแต่มีประสบการณ์จำกัดจำเขี่ย อย่างที่ใครๆ ครหากัน
อย่างไรก็ดี “พรรคพวกระดับมืออาชีพ” ที่พรรคประชาชนสรรหาเข้ามา จะเป็นที่ถูกใจของโหวตเตอร์วงกว้างเพียงใด? จะมีศักยภาพในการทำงานบริหารประเทศชาติขนาดไหน?
ยังเป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์กันในอนาคต (ไม่หลังเลือกตั้งครั้งนี้ ก็หลังการเลือกตั้งครั้งถัดๆ ไป)
ขณะเดียวกัน พรรคประชาชนก็กำลังเจอปัญหาเกี่ยวกับเรื่องทรัพยากรบุคคลอีกหนึ่ง “พวก” ที่ตนเองคัดสรรเข้ามา นั่นคือปัญหาเรื่องผู้สมัคร ส.ส.
ก่อนหน้านี้ มีแคนดิเดตผู้สมัคร ส.ส.กทม. ของพรรคส้มหนึ่งราย ที่ถูกหมายจับใน “คดีฟอกเงิน” ยังดีที่ทางพรรคเปลี่ยนตัวผู้สมัครได้ทัน
ล่าสุด มีผู้สมัคร ส.ส.ที่ตาก ซึ่งมีดีกรีเป็นอดีต ส.ส.มาแล้วหนึ่งสมัย เพิ่งถูกจับในข้อหาเรื่อง “เว็บพนันออนไลน์” จนพรรคสีส้มต้องสูญเสียเก้าอี้ ส.ส.ไปหนึ่งเขตแล้วอย่างแน่นอน โดยแก้ไขสถานการณ์ไม่ทัน
ยิ่งกว่านั้น ยังมีหมายเหตุจากผู้สนับสนุนพรรคหลายรายว่า ในเคสนี้เคยมีการตั้งข้อสังเกต การส่งข้อท้วงติง ของคนในพื้นที่ เข้าไปยังคณะผู้บริหารของพรรคประชาชนหลายครั้ง แต่พรรคก็ยังตัดสินใจผลักดันให้อดีต ส.ส.รายนี้ ลงสนามป้องกันแชมป์อีกสมัย จน “สะดุดล้ม” ในท้ายที่สุด
นี่จึงเป็นปัญหาอันเกิดจากการบริหารจัดการ “พวกพ้อง” ที่ยังทำได้ไม่สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์
และแผลยิ่งถูกขยาย เมื่อพรรคการเมืองใหญ่ที่ห่างเหินกับ “อำนาจรัฐ” มากที่สุดอย่างพรรคประชาชน ใช้สโลแกนหาเสียงว่า “มีเรา ไม่มีเทา” (หมายความว่าถ้ามี “จุดเทา” ปรากฏขึ้นมาในพรรคสีส้มเมื่อไหร่ ตัวคุณเองก็จะโดนบดขยี้ในทันที)
อีกด้านหนึ่ง พรรคประชาชนยังเผชิญหน้ากับ “พรรคพวกฝ่ายตรงข้าม” ที่ระดมสรรพกำลังเข้ามารุมสกรัมพรรคส้มทั้งโดยนัดหมายและมิได้นัดหมาย
ไม่ว่าจะเป็น “ฝ่ายอำนาจรัฐ” ที่ดูจับจ้องมอนิเตอร์พรรคส้มมากเป็นพิเศษ ดังกรณีคดีความต่างๆ ที่เพิ่งกล่าวถึงไป
หรือปัจเจกบุคคล (ผู้คงไม่สิ้นไร้เครือข่ายแวดล้อม) ที่หมัดหนัก-เสียงดังอย่าง “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” ซึ่งเลือกตั้งหนนี้ เดินเกมไล่บี้ไล่ทุบพรรคประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ตลอดจนการพยายามปั่นกระแส “ด้านลบ” ต่างๆ ในโลกออนไลน์ ทั้งกรณีวิวาทะระหว่าง “ศิริกัญญา ตันสกุล” กับ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” เรื่องสต๊อกข้าว กรณีที่ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ยืนยันหลักการว่า ไม่จำเป็นต้องประกาศว่าจะไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 1 และหมวด 2 เพราะในทางปฏิบัติทำไม่ได้อยู่แล้ว
หรือกรณีการ “ดัมพ์” โพลออนไลน์ต่างๆ จนพรรคส้มดูเสียเปรียบเพลี่ยงพล้ำ
จากรูปการณ์ จะเห็นว่าพรรคประชาชนกำลังโดนรุมอัดจาก “พรรคพวก” กลุ่มอื่นๆ อย่างหนัก แม้คะแนนในโพลสำนักหลักๆ ยังไม่ได้รับผลกระทบ แต่ไม่แน่ใจว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง “กลยุทธ์การรุมสกรัมพรรคส้ม” จะหนักหน่วงรุนแรงขึ้นอีกแค่ไหน? และจะส่งผลอย่างไรต่อคะแนนนิยมทางการเมืองบ้าง?
นี่คือความท้าทายและปัญหาของการ “มีพวก” และ “ไม่มีพวก” ในสังคมการเมืองไทย
ปราปต์ บุนปาน

