สถานีคิดเลขที่ 12 | หน้าตา รบ.หน้า โดย นฤตย์ เสกธีระ

20.01.26 | 11:05 น.

การหาเสียงเลือกตั้งเหลืออีก 2 สัปดาห์ ตัวเลขนี้มีความสำคัญ เพราะถือเป็นโค้งสุดท้าย
หากจำกันได้ เมื่อการเลือกตั้งปี 2566 ระยะเวลา 2 สัปดาห์สุดท้ายนี่แหละที่กระแสพรรคก้าวไกลโดดเด่น และนำไปสู่การ

กวาดที่นั่ง ส.ส.ในสภา เป็นอันดับ 1

แม้ขณะนี้ดูจากโพลหลายสำนัก พรรคประชาชนยังมาที่ 1 พรรคเพื่อไทยมาที่ 2 แต่หลายพรรคก็ปรากฏกระแสสนับสนุนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย

สำหรับตัวแคนดิเดตนายกฯนั้น ยังวนเวียนอยู่กับชื่อ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ จากพรรคเพื่อไทย และ อนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย

เมื่อพิจารณามาถึงจุดนี้ พบว่า การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ทั้ง ส.ส.และพรรคต่างมีเป้าหมาย

Advertisement

เป้าหมายร่วมกันคือพรรคและ ส.ส.ต่างอยากได้จำนวนที่นั่งเข้าสู่สภาให้มากที่สุด แต่สำหรับพรรคการเมืองนอกจากเป้าหมายดังกล่าวแล้ว

ยังมีเป้าหมายที่จะนำนโยบายของพรรคไปบริหารประเทศด้วย

พรรคการเมืองจึงมีเป้าหมายในการเป็นรัฐบาล

ขณะที่ผลการเลือกตั้งที่จะออกมา คาดการณ์กันว่า รัฐบาลชุดต่อไปหนีไม่พ้นที่จะเป็นรัฐบาลผสม ดังนั้น จึงเริ่มมีผู้สอบถามถึงทิศทางการทำงานร่วมกันระหว่างพรรค

สอบถาม พรรคประชาชน ประกาศเจตนาแล้วว่า 1.ไม่ร่วมกับทุนเทา และ 2.ไม่โหวตให้แคนดิเดตนายกฯจากพรรคภูมิใจไทย

สอบถาม พรรคเพื่อไทย ประกาศเข้าสู่ยุคของการร่วมมือกันทำงาน เน้นสมัครสมานสามัคคี

โดยพรรคเพื่อไทยพร้อมทำงานร่วมกับทุกพรรคที่มีนโยบาย ไม่ขัดกับพรรคเพื่อไทย

สอบถาม พรรคภูมิใจไทย ดูเหมือนหัวหน้าพรรคอย่าง นายอนุทิน กับเลขาธิการพรรคอย่าง นายไชยชนก ชิดชอบ ยังมีความเห็นแตกต่างกัน

นายอนุทินยังสงวนท่าที ขณะที่นายไชยชนกเพิ่งแสดงความเห็นว่า ไม่น่าจะร่วมกับสีแดงŽ ได้

แม้นายอนุทินจะแสดงความเห็นในภายหลังว่า เป็นความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น แต่ก็กลายเป็นประเด็นที่น่าสนใจสำหรับการจับมือกันตั้งรัฐบาลในอนาคต

ด้าน พรรคประชาธิปัตย์ ดูเหมือน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกฯของพรรคจะชัดเจนกว่าพรรคใด เพราะประกาศอย่างแจ่มแจ้งว่า

ไม่ร่วมมือกับพรรคกล้าธรรม

ดังนั้น ทุกพรรคที่กำลังโลดแล่นอยู่ในสนามเลือกตั้งจึงต้องวางยุทธศาสตร์ของพรรคในเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลด้วย

และหากได้ยินได้ฟัง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ คาดการณ์เหตุการณ์หลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งว่า พรรคประชาชน กับ พรรคภูมิใจไทย จะแย่งชิงกันจัดตั้งรัฐบาล

ทำให้ประเมินได้ว่า พรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย คงต้องสู้กันหนัก

แต่อย่าเพิ่งมองข้ามพรรคเพื่อไทย

ทั้ง 3 พรรคนี้ ถ้าได้ ส.ส.มากที่สุดก็จัดตั้งรัฐบาล ถ้าได้ ส.ส.รองลงมา ก็แย่งจัดตั้งรัฐบาล และถ้าได้ ส.ส.เป็นอันดับ 3 ก็เลือกที่จะร่วมรัฐบาล

จึงไม่ได้แปลกใจอะไรที่เริ่มมีการออกมาพูดถึงเรื่องดีลจัดตั้งรัฐบาล

แม้สิ่งที่พูดจะจำกัดเฉพาะการดีลกัน 3 พรรค แต่ในความเป็นจริงการดีลกันน่าจะมีมากกว่า 3 พรรค

การเมืองไทยจึงต้องจับจ้องมองกันยาวๆ

นับตั้งแต่ 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนเลือกตั้งไปจนถึงการจัดตั้งรัฐบาล

และคงไม่ผิดแปลกอะไรที่ช่วงนี้จะมีคำถามเกี่ยวกับการจับมือตั้งรัฐบาลบ่อยหน่อย

เพราะความเคลื่อนไหวหลายอย่างเริ่มมีเค้าการจับมือกัน
ตั้งรัฐบาล

ใครๆ ก็อยากรู้ว่ารูปร่างหน้าตาของรัฐบาลชุดต่อไปเป็นอย่างไร

นฤตย์ เสกธีระ
[email protected]