สถานีคิดเลขที่ 12 : จดจำคำสัญญา
เดือนมกราคมกลายเป็นเดือนที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเหตุที่มาจากการหาเสียงเลือกตั้ง
บรรยากาศการหาเสียงทำให้ประเทศคึกคัก คนไทยมีความสุข เพราะดูเหมือนว่าทุกๆ องคาพยพต่างเอาอกเอาใจ
เดินทางไปถึงหน้าบ้าน แวะเวียนมาทักทายอย่างคุ้นเคย นำเสนอแนวทางดีๆ สำหรับอนาคต
สร้างความอบอุ่นใจให้เกิดขึ้น เยียวยาหัวใจที่สะบักสะบอมจากสภาพการณ์เลวร้ายต่างๆ ที่ผ่านมา
ทั้งสภาพเศรษฐกิจที่ซึมทั่วแผ่นดิน สภาพสังคมที่เหลื่อมล้ำหนักขึ้น อนาคตของประเทศที่มืดมัว
แต่นโยบายการหาเสียงกระตุ้นให้คนไทยมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง
แต่ละพรรคการเมืองเสนอตัว และเสนอแนวทางที่จะทำให้ปัญหาต่างๆ ได้รับการแก้ไข
คนไทยจะถูกต้มเหมือนกับอีกหลายครั้งหรือเปล่าไม่ทราบ แต่ขณะนี้ถือว่ามีความหวังขึ้นมา
ส่วนใครมีความฝันมีความหวังอะไรก็ไปกาบัตรเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์
และวันที่ 8 กุมภาพันธ์นั้น คนไทยก็ต้องไปทำประชามติรัฐธรรมนูญด้วย
วกกลับมาที่การหาเสียงเลือกตั้ง คือ คำที่สัญญาให้ไว้กับประชาชน
แต่ละพรรคการเมืองมีกลยุทธ์และวิธีการต่างๆ มากมาย
หัวใจสำคัญคือการแก้ปัญหาปากท้อง แก้ป้ญหาความมั่นคง แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ แก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น
ดังนั้น ขณะที่เรากำลังพิจารณาว่าจะเลือก ส.ส.คนไหน จะเลือกพรรคการเมืองพรรคใด เราก็น่าจะจดคำสัญญาต่างๆ เอาไว้
อย่างน้อยคำมั่นสัญญา 90 วัน หรือ 100 วัน ที่พรรคการเมืองให้สัญญา
อย่างน้อยคำสัญญาเกี่ยวกับตัวเลขทางเศรษฐกิจที่จะได้เห็น
อย่างน้อยก็ต้องจดจำสัญญาเรื่องไม่เอาด้วยกับการทุจริต และการแก้ปัญหาการโกง
และยังมีนโยบายอื่นๆ อีกยิบย่อยที่เผยแพร่ทั้งโดยแผ่นพับ-โปสเตอร์ จัดคาราวานหาเสียง ขึ้นเวทีดีเบต และจัดเวทีปราศรัย
นโยบาย พรรคภูมิใจไทย เช่น คนละครึ่งพลัส เศรษฐกิจสีเขียว จ้างผู้สูงวัยทำงาน ทหารอาสา พยาบาลอาสา กองทุนภัยพิบัติ เป็นต้น
พรรคเพื่อไทย เช่น ยิ่งกว่าพลัส 70:30 รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย รัฐบาลดิจิทัล AI for All คนไทยไร้จน เรียนได้งบจบได้งานใน4 ปี รวยทุกวัน เป็นต้น
พรรคประชาชน เช่น เมกะโปรเจ็กต์ยกระดับทักษะทุกช่วงวัย 12 คูปองอุดหนุนเกษตรตรงเป้า แก้หนี้เกษตรกร เปลี่ยนภาระเป็นพลัง สวัสดิการประชาชน ลดค่าครองชีพ หวยใบเสร็จ SME เป็นต้น
หรือพรรคประชาธิปัตย์ ที่ชู 4 เสา หายจนรายได้ หายจนใจ หายจนปัญญา หายจนตรอก
รวมทั้งพรรคการเมืองอื่นๆ ที่มีแนวนโยบายหลากหลายและมากมาย ซึ่งจะนำมากล่าวถึงในที่นี้ทั้งหมดมิได้
ทั้งหมดถือเป็นคำมั่นสัญญาที่ให้ในการเลือกตั้ง
และหวังว่าหลังเลือกตั้งคนไทยจะไม่ถูกเบี้ยว
แต่เพื่อป้องกันมิให้ถูกเบี้ยวหลังเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิเลือกตั้งก็ต้องค่อยๆ พิจารณา
ช่วงก่อนหย่อนบัตร ควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ที่จะเข้าสู่สภาว่ามีความพร้อมแค่ไหน เคยไม่รักษาสัญญาหลังการเลือกตั้งมาบ้างหรือไม่
ช่วงต้นของรัฐบาลใหม่ก็รวบรวมคำสัญญาที่แต่ละพรรคเคยให้ไว้ในช่วงหาเสียง
หลังจากบริหารราชการแผ่นดินไปได้ระยะหนึ่ง ก็ต้องทวงถามคำสัญญาที่ยังไม่ได้เห็น
ทวงถามทั้งภาพใหญ่ของการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมไทย
ทวงถามทั้งรายละเอียดของนโยบายที่ให้คำมั่นเอาไว้
การเตรียมการเช่นนี้ อย่างน้อยก็ทำให้ทุกคนได้มีโอกาสทบทวน
ทบทวนถึงอดีตที่ประเทศบอบช้ำ เพื่อเลือกอนาคตที่ดีกว่าเดิม
และพร้อมจะทวงถาม หากรัฐบาลใหม่เบี้ยวไม่ยอมทำตามสัญญา
นฤตย์ เสกธีระ
[email protected]

