การเลือกตั้ง ส.ส. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ระหว่างเวลา 08.00-17.00 น. หากนับจากวันนี้ จะเหลือเวลาอีก 9 วัน ที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้ง 52,922,923 คน จะเข้าคูหาเลือก “คนที่รัก” และ “พรรคที่ชอบ”
ตัดสินใจว่าจะให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ทั้งแบบแบ่งเขต 400 คน และแบบบัญชีรายชื่อ 100 คน จากพรรคใด เข้าไปทำหน้าที่รัฐบาล และฝ่ายค้าน
9 วัน ก่อนวันเข้าคูหาเลือกตั้ง อยู่ที่แต่ละพรรคจะให้คำนิยามว่าจะเป็นโค้งสุดท้าย หรือจะเป็นทางตรงก่อนเข้าเส้นชัย วันที่ 8 กุมภาพันธ์
ระหว่างนี้จะเห็นว่าแต่ละพรรค และผู้สมัครแต่ละคน จะต้องงัดกลยุทธ์ รวมทั้งหมัดเด็ด ขึ้นมาช่วงชิงเรตติ้งให้เกิดขึ้นกับแต่ละพรรค และตัวบุคคล เพื่อแปรเปลี่ยนมาเป็นคะแนนเสียงให้ได้มากที่สุด
หากไล่เรียงจาก 3 พรรคหลัก ที่นักวิเคราะห์การเมืองประเมินตรงกันว่าจะเป็น 3 พรรค ที่ได้เสียง ส.ส.เกินกว่า 100 ที่นั่ง และจะเป็น 3 พรรค ที่มีโอกาสรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่
กลยุทธ์ในช่วงโค้งสุดท้าย เริ่มจากพรรคประชาชน (ปชน.) จัดเวทีปราศรัยใหญ่ “เชื่อในประชาชน” ที่ลานหน้าห้างสรรพสินค้าสามย่านมิตรทาวน์ เมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา
พร้อมกับได้อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่เคยสร้างกระแสพลังสีส้มฟีเวอร์ อย่าง “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” มาขึ้นเวทีปราศรัย ร่วมปลุกสมาชิกพรรค ปชน. ให้ร่วมกันเลือกตั้งเพื่อร่วมกันตั้งรัฐบาลประชาชนให้สำเร็จ
โดยมี “รักชนก ศรีนอก” ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ที่รับบทหัวหอกตรวจสอบการบริหารสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ในหลายประเด็น ให้เกิดความโปร่งใส มีประสิทธิภาพสูงสุด
เรียกกระแสตอบรับ และแนวร่วมจากผู้ประกันตน 24,854,653 คน ให้ร่วมกันตรวจสอบเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ ให้คุ้มค่ากับเงินที่ผู้ประกันตนจ่ายสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม
หากผลการตรวจสอบเข้าตา ผู้ประกันตนที่มีอยู่ 24,854,653 คน อาจเป็นจุดพลิกเกม ต่อผลการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นได้เช่นกัน
ขณะที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นอกจากจะเน้นกลยุทธ์หาเสียงแบบ “ออร์แกนิค” ของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรค ภท. และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในพื้นที่ต่างๆ ตามฐานเสียงของพรรค ภท.แล้ว
พรรค ภท.วางโปรแกรม เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่สวนลุมพิธี วันที่ 30 มกราคม นำโดย “อนุทิน” พร้อมกับดรีมทีมเศรษฐกิจ ทั้ง “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และแคนดิเดตนายกฯ
“เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรค ภท. ตอกย้ำความพร้อมของพรรค ภท.
รวงทั้งชูการเลือกตั้งอย่างมียุทธศาสตร์ คือ “ไม่เลือกเราเขามาแน่” ขอให้เลือกสีน้ำเงิน ไม่เลือกสีอื่นเพื่อไม่ให้คะแนนเสียงแตก คะแนนไม่ต้องทิ้งน้ำ
ส่วนพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่นำโดย “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรค พท. นอกจากจะตระเวนหาเสียงในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อรักษาฐานเสียงที่เข้มแข็งของพรรค พท.ไว้ให้ได้แล้ว
ยังได้เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ที่ลานพาร์คพารากอน เมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา พร้อมกับเปิดอีกหนึ่งนโยบายสำคัญ อย่าง นโยบายสร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน คนละ 1 ล้านบาท
เพื่อหวังมาดึงคะแนนเสียงของผู้สนับสนุนพรรค พท.ในห้วงโค้งสุดท้าย
นับจากนี้ไปถึงวันเลือกตั้ง แต่ละพรรคต้องรักษากระแส คะแนนนิยมทางการเมือง ไม่ให้เพลี่ยงพล้ำ หากเกิดจุดเปลี่ยนในทางลบ เพียงแค่ชั่วข้ามคืน ย่อมมีผลถึง “แพ้” และ “ชนะ” ได้เช่นกัน
จตุรงค์ ปทุมานนท์

