ถามว่า อยากให้ หวยเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ ออกเบอร์อะไร
ตอบแบบ “ชี้นำและไม่เป็นกลาง”
อยากให้ ออกตามที่ “รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี” หนึ่งในทีมประกันสังคมก้าวหน้า ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “สวัสดิการสร้างไทยเท่าเทียม”
ในงานสัมมนา Thailand Blooming 2026 ปลุกอนาคตประเทศไทย ที่ “มติชน” จัดขึ้นเมื่อ 28 มกราคม
ซึ่งโดยส่วนตัวถือว่าเป็นปาฐกถาที่ “ดีและน่าประทับใจ” อย่างยิ่ง
อยากให้คนไทย ไม่ว่าจะอยู่ในเฉดสีไหน ได้ฟังและได้อ่าน
คำปาฐกถาเต็มๆ ตีพิมพ์ในมติชนรายวัน หน้า 11 วันเสาร์ที่ 31 มกราคม
ส่วนคลิป ติดตามชมและฟังได้ที่ @MatichonTV
ขออนุญาต หยิบปาฐกถาบางช่วงบางตอน มา “ผลิตซ้ำ” อย่างตั้งใจในพื้นที่นี้อีกสักครั้ง
รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวไว้ว่า
“…8 กุมภาพันธ์นี้ จะเป็นการตัดสินที่สำคัญในการเลือกตั้ง
จะเป็นการเลือกนายกรัฐมนตรี เป็นการเลือกรัฐมนตรี
สิ่งที่ผมอยากบอกคือ ประกันสังคมและสวัสดิการของพี่น้องประชาชน ไม่มีเฉดสี
เงินบำนาญที่ปรับขึ้น
ไม่ว่าคุณจะเป็นสังคมนิยม เป็นเสรีนิยม เป็นอนุรักษนิยม คุณก็ได้รับบำนาญเพิ่ม
คุณจะเกิดที่เบตง ลูกของคุณเกิดที่เชียงใหม่ คุณก็ได้รับเงินเด็กเพิ่มขึ้น
ไม่ว่าพื้นที่ของคุณจะเป็นพื้นที่สีน้ำเงิน สีแดง สีส้ม สีเขียว สีฟ้า ก็มีผู้ประกันตนอยู่ในนั้น
ผู้ประกันตนที่คาดหมายว่าจะมีประกันสังคมเป็นหลักพิงในชีวิต
ดังนั้นฉันทมติสำคัญที่จะเกิดขึ้น
ผมขอส่งเสียงนี้ไปยังแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทุกพรรคการเมือง
เรื่องอื่นเข้าใจว่าพวกท่านอาจจะคุยกันยาก
แต่เรื่องทุกข์ร้อนในชีวิต การเกิด การแก่ของคน สวัสดิการรักษาพยาบาลของผู้คน การทำให้องค์กรสวัสดิการที่ใหญ่ที่สุดในประเทศกลับเข้าสู่อำนาจของประชาชนอย่างแท้จริง
ผมเชื่อว่าสามารถเป็นฉันทมติได้ทุกพรรคการเมือง
ไม่ได้เป็นภารกิจของพรรคการเมืองใด พรรคการเมืองหนึ่งโดยเฉพาะ
ไม่ได้เป็นภารกิจของกลุ่มประกันสังคมก้าวหน้าโดยเฉพาะ
ไม่ต้องขอใบอนุญาตที่จะปฏิรูปประกันสังคม
ผมหวังว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้
จะเป็นการเลือกตั้งที่มีความหมายที่สุด…”
ไม่ว่าจะชอบ หรือไม่ชอบ “สีส้ม”
แต่ต้องยอมรับว่า 2 ปี ที่ 6 สมาชิกกลุ่มประกันสังคมก้าวหน้า เสนอตัว “โดยเปิดเผย” ว่าเป็นใคร มีอุดมคติ อุดมการณ์ ความเชื่อ และแน่นอนอยู่ในแนวทางของพรรคการเมืองใด เข้าไปเป็นบอร์ดประกันสังคมฝ่ายลูกจ้าง ผ่าน “การเลือกตั้ง” นั้น
พวกเขามีผลงาน ทั้งอย่างเป็นนามธรรมที่ “จับต้องไม่ได้” นั่นคือขับเน้นอุดมการณ์ “รัฐสวัสดิการ” ให้สังคมได้รับรู้ อย่างแจ่มชัด
ทั้งมีผลงาน รูปธรรม ด้วยการปกป้องและเพิ่มผลประโยชน์ให้กับกลุ่มประกันตน “24 ล้านคน” อย่างสามารถ จับต้องได้
นี่คือสิ่งที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ แต่ก็เป็นไปได้ หากมีเจตจำนงอันแจ่มชัดและแน่วแน่
สมาชิกเพียง 6 คนของกลุ่มประกันสังคมก้าวหน้า สามารถแสวงหา “แนวร่วม” จากสังคม ได้อย่างเข้มแข็ง
และผลักดันเรื่อง “สวัสดิการสังคม” ให้เป็น วาระสำคัญในการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ อย่างหนักแน่น
เมื่อการเลือกตั้งปี 2544 นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ นำความฝัน “หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า” ผลักดันผ่านพรรคไทยรักไทย
ทำให้สิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้ แต่เมื่อมีเจตจำนงทางการเมืองมาเป็นแรงหนุน
โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคก็เกิดขึ้น โอบอุ้มและสร้างประโยชน์มหาศาลให้กับชาวบ้านทั่วประเทศได้
หาก 8 กุมภาพันธ์ สามารถนำไปสู่ฉันทมติ ปฏิรูป “ประกันสังคม-สวัสดิการสังคม” ได้
ก็จะถือเป็นผลที่ได้จากการออกไปใช้สิทธิ “เลือกตั้ง” ครั้งนี้ ที่คุ้มค่ายิ่ง
นี่จึงเป็นคำตอบว่า ทำไมอยากให้ให้คนไทย ไม่ว่าจะเฉดสีไหน
ถูก “หวยในฝัน” นี้โดยถ้วนหน้า
สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

