การเลือกตั้งมายืนเด่นรออยู่ใกล้ๆ แล้ว วันอาทิตย์ 8 ก.พ.นี้ หน่วยเลือกตั้งต่างๆ น่าจะคึกคักไปด้วยผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะไปใช้สิทธิลงคะแนนกัน
รวมถึงลงประชามติรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งควรจะต้องมีการแก้ไข หรือยกร่างใหม่กันได้แล้ว
การเลือกตั้งรอบนี้ มีความสำคัญมาก ยิ่งเมื่่อพิจารณาจากสถานการณ์ของประเทศไทย
รัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่เข้ารับตำแหน่งหลังเลือกตั้ง 2566 ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน หรือนายกฯแพทองธาร ชินวัตร
ได้พยายามบอกสังคมถึงสภาพเศรษฐกิจของประเทศที่ต้องการการแก้ไขในระดับโครงสร้าง
และผลักดันนโยบายใหม่ๆ เข้ามาพลิกโฉมเศรษฐกิจ
แต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้มาก ปัจจัยขัดขวางมีมากกว่าปัจจัยสนับสนุน
เมื่อครั้งที่เปลี่ยนแปลงรัฐบาล จากรัฐบาลเพื่อไทยมาเป็นภูมิใจไทย เมื่อปลาย ก.ย.2568
คงจำกันได้ว่า ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เมื่อเข้ารับตำแหน่งรองนายกฯและ รมว.คลัง ได้กล่าวอย่างตรงไปตรงมาถึงสภาพเศรษฐกิจของประเทศ
ด้วยคำว่าเศรษฐกิจติดหล่ม ชะลอตัวอย่างรุนแรง ตามมาด้วยมาตรการ “ควิกบิ๊กวิน”
และเมื่อเร็วๆ นี้ คุณวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการแบงก์ชาติมาขึ้นเวทีมติชน ก็กล่าวถึงโจทย์หนักและเหนื่อยของเศรษฐกิจไทย
ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย จะปรับแนวทางการทำงาน มาร่วมร้อนหนาวไปกับประชาชนและภาคเอกชนด้วย
เข้าคูหาในวันที่ 8 ก.พ. ผู้มีสิทธิทุกคนคงคาดหวังไปด้วยว่า การเลือกตั้งจะทำให้มีรัฐบาลใหม่ มีพลังความคิดใหม่ๆ เข้ามาแก้ปัญหา
ถ้าติดตามข่าวสาร โดยเฉพาะในสื่อด้านเศรษฐกิจ คงจะสัมผัสได้ถึงความห่วงใยของภาคธุรกิจ
การเคลื่อนไหวขององค์กรธุรกิจ อย่างสภาอุตสาหกรรมฯและสภาหอการค้าฯ ที่เรียกร้องให้การเลือกตั้งนำไปสู่การแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น ที่นับวันมีรูปแบบวิธีการที่หลากหลาย มีอัตราการเรียกเก็บที่มากและมากยิ่งขึ้น
แต่ทั้งหมด ล้วนเป็นภัยคุกคามระบบเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของประชาชน
ขณะที่ความคิดเห็นจากภาคธุรกิจ แม้จะมีรายละเอียดแตกต่างกัน แต่โดยรวมคือความต้องการรัฐบาลที่มาตามครรลอง
มีความสามารถพอจะริเริ่มนโยบายใหม่ๆ และแก้ปัญหาได้ในระดับระบบและโครงสร้าง
ถึงขนาดที่มุมมองภาคเอกชนไม่ซีเรียสพรรคไหนจะเป็นแกนนำและนายกรัฐมนตรี เพราะถือว่าเป็นมติจากเสียงของประชาชน
แต่ขอให้มีนโยบายสอดประสานกัน เดินหน้าต่อไปได้
อยากให้ดึงคนนอก คนมีความรู้ มีความสามารถด้านเศรษฐกิจเข้ามาร่วมรัฐบาล เนื่องจากเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันยังอยู่ในภาวะหัวเลี้ยวหัวต่อ ต้องมีมืออาชีพเข้ามาช่วย
สภาพเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมที่น่าห่วงใยนี้แพร่กระจายกว้างขวางและลงลึกมา เกินกว่าจะใช้กลไกใดๆไปขัดขวางแล้ว
ประชาชนจะใช้การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. เป็นทางออกอย่างไร เป็นเรื่องที่น่าคิดและมองข้ามไม่ได้
วรศักดิ์ ประยูรศุข

