เขียนบทความนี้ ระหว่างที่คนไทยกำลังออกไปหย่อนบัตร จึงยังไม่รู้ผลการเลือกตั้ง
ซึ่งไม่ว่าผลออกมาเป็นอย่างไร
แต่สิ่งที่อยากทำ คือ
“ยืนตรง” เคารพ “ราษฎร” ที่ออกไปใช้สิทธิใช้เสียงของตนเอง
เคารพท่ามกลางความคาดหวังว่า “เสียงราษฎร” นี้ จะดังอย่างกึกก้อง หนักแน่น
เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ ในการกำหนด อนาคตร่วมกัน
อาจจะมีความแตกต่าง ไม่เห็นพ้อง ขัดใจ
แต่หลักการพื้นฐาน ง่ายๆ งามๆ ของระบอบประชาธิปไตย
ควรปล่อยให้ทุกอย่าง ดำเนินไปตามเจตนารมณ์ส่วนใหญ่ของ “ราษฎร” เจ้าของประเทศนั้น
และแน่นอน จำเป็นอย่างยิ่ง ที่ไม่ควรมี “ใบอนุญาต” หลายใบ หรือ “กระดาน” หลายกระดาน
เราไม่ควร มีใบอนุญาต ที่ 1 ที่ 2 อย่างที่อาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล บอกกล่าวกับสังคม
เราไม่ควรมี “กระดาน(การเมือง)” ที่ 1 ที่ 2 อย่างที่อาจารย์ประจักษ์ ก้องกีรติ ตั้งข้อสังเกต
เพราะใบอนุญาตที่ 2 หรือกระดานการเมืองที่ 2 อย่างที่เคยเกิดขึ้นกับการเมืองไทย ซ้ำซากนั้น
ทำให้ เสียงของราษฎร จางหายไปอย่างรวดเร็วหลังผลการเลือกตั้งปรากฏออกมา
เรามีบทเรียนเจ็บปวด มาหลายครั้งหลายหน ที่เสียงราษฎรออกมาอย่างหนึ่ง
แต่พอเข้าสู่การจัดสรรอำนาจ เสียงของราษฎร ถูกทำให้แผ่ว หรือหายไปแทบจะทันที
ใบอนุญาตที่ 2 หรือกระดานการเมืองที่ 2 กลายเป็นเรื่องของ “นักการเมือง” ที่แบ่งสรรอำนาจกันเอง
เป็นเรื่องของ “นายทุนพรรค”
เป็นเรื่องของ “องค์กรอิสระ”
เป็นเรื่องของ “มือที่มองไม่เห็น” หรือ “รัฐพันลึก” เข้ามาเกี่ยวข้อง
จนเสียงของประชาชน ที่เคยสำคัญสูงสุดในช่วงรณรงค์หาเสียง มลายหายไป
นี่จึงทำให้ การเมืองของไทย วนเวียนอยู่ในวงจรอุบาทว์
ซึ่งตอนนี้ บั่นเซาะ ทำลาย ลงลึกถึงโครงสร้าง
จนทำให้ประเทศไทยกลายเป็น คนป่วยของเอเชีย หรือของโลก อย่างที่สื่อต่างชาติชี้นิ้วใส่
ดังนั้น ผลการเลือกตั้งที่ออกมา ไม่ว่าพรรค น้ำเงิน แดง ส้ม ฟ้า หรืออื่นๆ ชนะ
เราต้องให้สิทธิแก่พรรคการเมืองเหล่านั้น ตามที่ประชาชนส่วนใหญ่ตัดสิน
ไม่ควรเกิดภาวะแทรกแซง ไม่ว่าจะผ่าน “นิติสงคราม” หรือองค์กรพันลึกต่างๆ ที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน
เพราะนั่นจะทำให้ การเมืองของเราบิดเบี้ยวฝังลึกต่อไป ไม่อาจกลับมาสู่ ความเป็นปกติ ได้
ดังนั้น เราจึงควรคาดหวังร่วมกันว่า หลัง 8 กุมภาพันธ์ ผลการเลือกตั้ง (ซึ่งแน่นอน ควรเป็นการเลือกตั้ง ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งทำประชาชนให้เชื่อมั่น ในความสุจริต ยุติธรรม) จะได้รับการยอมรับ
อาจมีประชาชน จำนวนไม่น้อย ไม่พึงใจกับผลการเลือกตั้งที่ออกมา
แต่ก็เชื่อว่า ประชาชนมี ความอดทน อดกลั้น เพียงพอยอมรับกับผลที่ “เสียงส่วนใหญ่” เลือก
จึงไม่ควร มีใคร กลุ่ม หรือองค์กรใด บิดเบือน แทรกแซง ผลการเลือกตั้งที่ประชาชน “ตัดสิน” แล้ว
โฉมหน้า “รัฐบาล-นายกรัฐมนตรี” ใหม่ ต้องเป็นไปตามมติเสียงส่วนใหญ่อย่างแท้จริง
ไม่ควรเล่นเกมคณิตศาสตร์การเมืองโดยฉ้อฉล
หรือใช้แทคติค รวมถึงกลไกอื่นๆ ที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน เพื่อยึดครองอำนาจ จนเราต้องจมอยู่ใน “หล่มการเมืองเน่าๆ” ต่อไป
เมื่อ เรา ยืนตรงเคารพเสียงของราษฎรแล้ว
จากนั้น เราจึงควร “หลังเหยียดตรง”
ยืนหยัด ยืนยัน แน่วแน่ กับการได้ นายกรัฐมนตรี-รัฐบาล
ที่มาจากฉันทมติมหาชนจริงๆ
สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

