เกมตั้งรัฐบาล : สถานีคิดเลขที่ 12 โดย นฤตย์ เสกธีระ

10.02.26 | 12:06 น.

 

ก ารเลือกตั้งครั้งนี้ดุเดือดและสู้กันสมศักดิ์ศรี ทุกพรรคต่างได้ทำเต็มที่ และสุดท้ายผลตัดสินก็ออกมา

ผลการเลือกตั้ง คือ ประชาชนให้ความไว้วางใจพรรคภูมิใจไทยมากที่สุด ด้วยจำนวน ส.ส.ที่ได้รับเป็นอันดับ 1

มีพรรคประชาชน เป็นอันดับ 2 พรรคเพื่อไทย เป็นอันดับ 3 พรรคกล้าธรรม เป็นอันดับ 4 พรรคประชาธิปัตย์ เป็นอันดับ 5

แม้ว่าก่อนหน้านี้โพลสำนักต่างๆ จะระบุว่า พรรคประชาชน และพรรคเพื่อไทยมาแรง

Advertisement

แต่สุดท้ายผลที่ออกมา คือ พรรคภูมิใจไทยได้แชมป์ คว้าไปเกือบ 200 ที่นั่ง

ผลการตัดสินจากประชาชนชัดเจนเช่นนี้ ย่อมชี้อนาคตของประเทศได้แจ่มชัด

วันรุ่งขึ้นตลาดหลักทรัพย์ตอบรับผลการเลือกตั้งด้วยดี หุ้นเขียวทั้งกระดาน อาจเป็นเพราะความเชื่อมั่นในเสถียรภาพ

เท่ากับว่า เกมการเลือกตั้งได้จบลง เกมต่อไปคือการจัดตั้งรัฐบาล

ทั้งนี้ เพราะรัฐบาลต้องมีเสียงสนับสนุนเกินกว่า 250 เสียง และหากจะให้มีความมั่นใจต้องมี 300 เสียงขึ้นไป

หากรัฐบาลไม่มีความมั่นคง การขับเคลื่อนนโยบายหาเสียงคงเป็นไปได้ยาก

พรรคภูมิใจไทยเองก็ให้สัญญากับประชาชนไว้หลายประการ

ทั้งปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาต่อไป การสร้างกำแพงขวางกั้นไทยกับเขมร ยกเลิกเอ็มโอยู 44 ทันที ผลักดันโครงการคนละครึ่งพลัสอีกครั้ง ทำให้ค่าไฟต่ำกว่า 3 บาท รับทหารอาสา 1 แสนคน พยาบาลอาสา การศึกษาเท่าเทียม เรียนฟรีมีงานทำ และอื่นๆ

ทุกนโยบายจะทำให้สำเร็จได้รัฐบาลต้องเข้มแข็ง

คาดว่ารัฐบาลต้องมีเสียงเกิน 300 ที่นั่ง อะไรๆ ก็จะดูดี

ดูจากผลการเลือกตั้งที่นับคะแนนไป 95 เปอร์เซ็นต์ พรรคภูมิใจไทยได้ ส.ส.ประมาณ 193 คน พรรคประชาชนได้ ส.ส.ประมาณ 118 คน พรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.ประมาณ 74 คน พรรคกล้าธรรมได้ ส.ส.ประมาณ 58 คน

ด้วยตัวเลขที่ปรากฏได้สนับสนุนสูตรจับมือ 3 พรรค คือ ภูมิใจไทย เพื่อไทยและพรรคกล้าธรรม

ตัวเลขที่เกิน 300 ที่นั่งหน่อยๆ น่าจะทำให้นักลงทุนมั่นใจในเสถียรภาพการเมือง

แต่การผสมสูตรนี้ก็อาจมีตัวแทรก เพราะศึกเลือกตั้งที่ผ่านมา ทุกพรรคสู้กันเต็มที่

พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม ก็สู้กันเดือดในพื้นที่

ยังมีเรื่องของตำแหน่งรัฐมนตรีที่แต่ละพรรคต้องการ

อย่างน้อย พรรคภูมิใจไทยก็ต้องการ คลัง ต่างประเทศและพาณิชย์ เพราะสัญญากับประชาชนเอาไว้ รวมถึง มหาดไทย ที่นายอนุทินนั่งอยู่

ยังมีเรื่องนโยบายที่แต่ละพรรคได้หาเสียงเอาไว้ ซึ่งต้องตกลงกัน

อย่าลืมว่า พรรคเพื่อไทยเคยประกาศจับมือกับพรรคใดก็ได้ แต่นโยบายต้องไม่ขัดกับพรรคเพื่อไทย

รวมไปถึงประเด็นเรื่องปราบสแกมเมอร์ การเดินหน้าคดีฮั้ว ส.ว. และเขากระโดง

ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หากเจรจากันได้คงมีทางออก และจับมือกันได้

แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้ ภูมิใจไทยคงต้องปรับสูตรผสมสีตั้งรัฐบาลกันใหม่

ขณะที่เกมการเลือกตั้งกำลังสิ้นสุด เกมการตั้งรัฐบาลใหม่กำลังเกิดขึ้น

ทุกอย่างน่าติดตามทั้งสิ้น เพราะนี่คืออนาคตของประเทศ

อนาคตตามแนวทางของภูมิใจไทย

นฤตย์ เสกธีระ
[email protected]