ผ่านพ้นไปเรียบร้อย สำหรับการเลือกตั้ง ส.ส.วาระทั่วไป เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แม้จำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งหากยึดตามตัวเลขที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่ผลการนับคะแนน นับแล้วที่ 94% พบว่ามีผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งเพียง 34,434,497 คน จากผู้มีสิทธิ 52,922,923คน คิดเป็น 65.28%
ซึ่งดูสวนทางกับความคึกคักในช่วงการหาเสียง การเปิดเวทีปราศรัย การติดตามเวทีดีเบตของสื่อสำนักต่างๆ ที่ประชาชนดูตื่นตัวกับกระแสการเลือกตั้งครั้งนี้
แต่ที่ดูจะสวนทางแบบหักปากกาเซียน รวมทั้งผลสำรวจของโพลหลายสำนัก คือ ผลการเลือกตั้ง ผ่านที่นั่ง ส.ส.ของแต่ละพรรค จากผลการนับคะแนนแล้ว 94%
อันดับ 1 พรรคภูมิใจไทย (ภท.) จำนวน 193 คน แบ่งเป็น ส.ส.เขต 174 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 19 คน
อันดับ 2 พรรประชาชน (ปชน.) จำนวน 118 คน แบ่งเป็น ส.ส.เขต 87 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 31 คน อันดับ 3 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 คน แบ่งเป็น ส.ส.เขต 58 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 16 คน
อันดับ 4 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 คน แบ่งเป็น ส.ส.เขต 56 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 2 คน อันดับ 5 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 คน ส.ส.เขต 10 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 12 คน
ซึ่งแกนนำของแต่ละพรรคได้แถลงยอมรับต่อผลการเลือกตั้ง ตามฉันทมติที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมอบให้ ผ่านความรู้สึกที่แตกต่างกัน ทั้งผิดหวัง สมหวัง
ถือเป็นเรื่องให้แต่ละพรรคต้องไปสรุปบทเรียนกันต่อนับจากนี้
แน่นอนผู้ชนะอย่าง “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกมาขอบคุณประชาชน พร้อมกับระบุว่า ผลคะแนนครั้งนี้ ยิ่งกว่าแลนด์สไลด์ เพราะสะท้อนถึงความไว้วางใจและความคาดหวังจากประชาชน
ถือเป็นแรงกดดันและพันธะ ที่พรรคต้อง decode (ถอดรหัส) ความต้องการของประชาชนเหล่านี้ออกมาให้ได้ เพื่อนำไปสู่การทำงาน ตอบสนองความต้องการของประชาชนให้ได้มากที่สุด
ดีโค้ดที่ดีที่สุดของพรรคภูมิใจไทย คือ การเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ต่อประชาชน ผ่านบทบาทการทำหน้าที่ของรัฐบาล
ทั้งนโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทยภายใต้กลยุทธ์ “Thailand 10 Plus” มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้หลุดพ้นจากภาวะชะลอตัว มีเป้าหมายการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไว้ที่ 3% พลัส
คนตัวเล็ก พลัส แก้ไขปัญหาปากท้องและลดภาระค่าครองชีพ เช่น นโยบายค่าไฟฟ้าต่ำกว่า 3 บาทต่อหน่วย สำหรับ 200 ยูนิตแรก
สูงวัย พลัส เป็นนโยบายเตรียมรับมือสังคมผู้สูงอายุโดยส่งเสริมให้มีงานและรายได้ เช่น มาตรการจ้างงานผู้สูงอายุที่นำมาลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า (สูงสุด 30,000 บาท) สร้างศูนย์ดูแลผู้สูงอายุครบวงจรทั่วประเทศ
ชุมชน พลัส เสริมสร้างความเข้มแข็งในระดับท้องถิ่นให้คนสามารถทำงานและมีรายได้ในถิ่นฐานบ้านเกิดโดยไม่ต้องย้ายถิ่นฐาน
SME พลัส (เมดอินไทยแลนด์) สนับสนุน SME ไทยผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เสริมสภาพคล่องด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และมีกลไกค้ำประกันสินเชื่อใหม่
ธุรกิจ พลัส ส่งเสริมธุรกิจขนาดใหญ่ให้เติบโตควบคู่ไปกับการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก
คนละครึ่ง พลัส (ระยะที่ 2) รัฐช่วยจ่าย 50% กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก คาดสร้างเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 8 หมื่นล้านบาท
การศึกษาเท่าเทียม พลัส เรียนฟรีทุกที่ผ่าน Online Learning พร้อมสะสมหน่วยกิตผ่าน Learning Passport เพื่อเทียบโอนปริญญา
4 ปี ตามวาระการทำหน้าที่ของรัฐบาลอนุทินนับจากนี้ จะดีโค้ดผลการเลือกตั้งได้ดีแค่ไหน ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน
จตุรงค์ ปทุมานนท์

