เลือกตั้ง – กกต. หรือคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีเวลา 60 วันในการรับรองผลเลือกตั้ง หรือรับรอง ส.ส.ที่เพิ่งเลือกตั้งเสร็จไปเมื่อ 8 ก.พ.
อาจจะไม่รับรองทั้ง 100% หรือ 500 คน ถ้าเห็นว่า ประมาณ 95% ของ ส.ส.ผ่านกระบวนการเรียบร้อย กกต.สามารถประทับตราให้ผ่านไป
เพื่อให้ ส.ส.ไปประชุมสภานัดแรก เลือกประธานสภา แล้วไปจัดประชุมสภาเลือกนายกฯกันต่อไป
การเมืองจะได้เดินไปข้างหน้า มีนายกฯไปจัด ครม.จัดทำนโยบายมาแถลงต่อรัฐสภา แล้วเข้ารับหน้าที่ รมต.เริ่มต้นทำงาน
ภายใต้สภาพที่ประเทศกำลังลำบาก เศรษฐกิจชะลอตัว หนี้ครัวเรือนท่วมท้น
ต้องการรัฐบาลใหม่เข้ามารับภาระ ระดมความร่วมมือแก้ปัญหาของประชาชน
การเลือกตั้งที่เพิ่งผ่านพ้นไป ใช้งบเกือบ 8 พันล้านบาท
ประชาชนฝากความหวังไว้มาก
ออกจากบ้านไปลงคะแนนด้วยความตั้งใจ ท่องไปอย่างดีว่า บัตรไหนเลือกอะไร ก่อนหย่อนลงตู้ถามแล้วถามอีก
ด้วยความหวังว่า จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ดีตามแนวนโยบายที่พรรคต่างๆปราศรัยหาเสียง
แต่ตอนนับคะแนน เพื่อแปรสิทธิของผู้เลือกตั้งเป็นการปฏิบัติ กลายเป็นภาพยนตร์อีกม้วน
เกิดสภาพต่างๆ ขึ้น อาทิ บัตรคะแนนไปซุกในถังขยะ การนับคะแนน การขานคะแนนไม่โปร่งใส ปิดๆ บังๆ ไม่ให้ประชาชนสังเกตการณ์
มีบัตรเขย่งที่ล้นเกินจำนวนผู้มีสิทธิ
ประชาชนถ่ายคลิปเหตุการณ์ไว้ สื่อนำไปถ่ายทอดต่อ
ผลคือ เกิดเสียงเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่จากหลายพื้นที่ กระหึ่มไปทั่วประเทศ
เป็นปัญหาสดๆ ร้อนๆ จากหน่วยเลือกตั้ง ที่ กกต.เองก็เหมือนจะไม่ได้เตรียมการรับมือเรื่องเหล่านี้
ไม่ได้คิดไว้ ว่าจะตอบฝูงชนที่กำลังโกรธเกรี้ยวอย่างไร
ที่ตอบๆ ไปเลยเหมือนกับยิ่งสาดน้ำมันลงกองไฟ
เป็นหน้าที่ของ กกต.จะต้องเคลียร์ข้อกล่าวหาต่างๆ ให้ได้ สร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลเลือกตั้งให้ได้
ที่จริง กกต.จัดเลือกตั้งหลายระดับ มาหลายรอบ
ดูจากประสบการณ์ ถือว่าคร่ำหวอดพอสมควร เลือกตั้ง 2569 ถือเป็นครั้งที่สาม ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560
จัดมา 3 ครั้ง น่าจะหลับตาจัดงานได้แล้ว เพราะผ่านมามากจริงๆ แต่ก็เกิดปัญหาขึ้นจนได้
ผลเลือกตั้ง 8 ก.พ. ที่พรรคภูมิใจไทย นำโด่งเกือบ 200 ที่นั่ง น่าจะเป็นโอกาส ตั้งรัฐบาลที่เข้มแข็ง
ดึงพรรคอื่นมาร่วมอีก 2 พรรค จะได้เสียงร่วมๆ 300 เสียง จะได้ลงมือทำงานแก้ปัญหา
ต้องมาติดแหง็กกับปัญหาการนับคะแนน
ยิ่งนานไปยิ่งไม่น่าเชื่อถือ
ปัญหาจะจบอย่างไร ยังไม่มีใครตอบได้ หรือจะจบแบบไม่มีคำตอบ
แต่ปัญหา กกต. ซึ่งเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ชัดเจนว่ามีประเด็นที่ต้องไปจัดการแก้ไข
เมื่อประชาชนคนไทย 20 ล้านเสียง เปิดไฟเขียวในการทำประชามติแก้ไข-ยกร่างใหม่รัฐธรรมนูญเมื่อ 8 ก.พ.ที่ผ่านมาแล้ว
ระยะเวลา 4 ปีจากนี้ไปคือกรอบเวลาของการแก้ปัญหาที่เกิดจากกฎกติกา
ซึ่งที่จริงมีมากมายหลายเรื่อง
ที่แน่ๆ กำลังร้อนๆต้องรีบแก้ไข คือเรื่องนี้เลย
วรศักดิ์ ประยูรศุข

