สถานีคิดเลขที่ 12 | อะไรใน ‘กอด’ โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

15.02.26 | 12:31 น.

“กอด” เป็นสัญลักษณ์หนึ่งของ “ความรัก”

ดัง “นายกฯหนู” กอด “น้องจ๋า” ภริยา หลังทราบผลการเลือกตั้ง ด้วยชัยชนะอันท่วมท้นของพรรคภูมิใจไทย

เป็นกอดที่มากด้วยความ “หวานและอบอุ่น”

การโชว์ “กอด” ให้ชาวบ้านอิจฉา แบบนี้

คงไม่ใช่ “กอด” เดียว

Advertisement

หากแต่ยังมีอีกหลาย “กอด” ที่ต้องโชว์

กอดหนึ่งที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล พยายามโชว์ออกมา

นั่นก็คือ การโอบกอด ส.ส.ของพรรคที่ “โต” ขึ้นอย่างพรวดพราด จนล้นอ้อมแขน

จำต้องบริหารจัดการให้ดี

อย่างที่รู้กัน จุดเด่นหนึ่งของพรรคภูมิใจไทย คือความมี “เอกภาพ” ไปไหนไปกัน ไม่แตกแถว

ซึ่งที่ผ่านมาในฐานะพรรคขนาดกลาง “กอด” กันได้ไม่ยากเย็นนัก

แต่ตอนนี้ หลังจากที่บ้านใหญ่และก๊วน ส.ส.หลั่งไหลเข้ามาสังกัด

ความเป็นเอกภาพอาจมีปัญหา

การต่อรองทางการเมืองย่อมมีมาก

จึงไม่แปลกที่นายอนุทินจะประกาศตั้งแต่ครั้งแรก ในการประชุมว่าที่ ส.ส.ว่า พรรคภูมิใจไทยต้องไม่มี “มุ้ง”

ถือเป็นการปรามไว้แต่เนิ่นๆ

เพื่อล็อก สิงห์ เสือ กระทิง แรด ทั้งหลายไว้ในอ้อมกอด ซึ่งไม่ง่าย และจะเป็นไปได้แค่ไหนต้องติดตาม

“กอด” ต่อมาที่ถูกจับตามากที่สุดตอนนี้

นั่นก็คือ นายอนุทินและภรรคภูมิใจไทยจะ “กอด” กับพรรคการเมืองใด เพื่อจัดตั้งรัฐบาล

ซึ่งแน่นอนว่า คงไม่ใช่ กอด อันอบอุ่น หรือแสนหวานเท่านั้น

ตรงกันข้าม เต็มไปด้วยการต่อรอง

เต็มไปด้วยชั้นเชิง และเหลี่ยมมุม

อย่างพรรคกล้าธรรมของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ดูเหมือนเป็น “แพคคู่” มากับพรรคภูมิใจไทยตลอด

แต่หลังจากที่ ร.อ.ธรรมนัสโชว์ฝีมือ “เลือกตั้งแม่นยำ” ได้ ส.ส.มาถึง 58 คนจึงมากด้วยอำนาจต่อรอง

และแถมยังเดินเกมดึงเอาพรรคเล็กเข้ามาสังกัด เพื่อ “เขย่ง” ยอด ส.ส.ขึ้นไประดับ 80 เสียง

ซึ่งหากทำได้ ย่อมทำให้ “เสียง” ในการต่อรองดังมากขึ้น

จึงทำให้เราได้เห็น การเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทยตอบโต้

ทั้ง รีบช่วงชิงเอาพรรคเล็กมาไว้ในมือ แทนที่จะปล่อยให้พรรคกล้าธรรมดึงไป

ขณะเดียวกัน การพูดทีเล่นทีจริงของนายอนุทิน เกี่ยวกับ “รัฐบาลสีธงชาติ” อันหมายถึงไม่มี “สีเขียว” สีของพรรคกล้าธรรม

แน่นอน ย่อมทำให้ ร.อ.ธรรมนัส ที่กอดกันมาแต่ต้น ส่ออึดอัด

เผลอๆ อาจหลุดจากวงแขนนายอนุทินด้วย

ด้วยพรรคสีแดง อันหมายถึงพรรคเพื่อไทย แม้ที่ผ่านมา จะมีระยะห่าง จนดูเหมือนไม่ได้อยู่ในวงแขนของพรรคสีน้ำเงิน

แต่ที่สุดก็เบียดแซง รับคำเชิญ เข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของนายอนุทินแล้ว

แถมดูจะไม่มีเงื่อนไขหรือข้อต่อรองอะไรมากนัก

การ “รวมขั้ว” กับสีน้ำเงินจึงราบรื่น

ทำให้ตอนนี้ “สีเขียว” ขัดขืนอะไรไม่ได้แล้ว

ด้วยอาจ “อกหัก” ง่ายๆ

เพราะเกิดนายกฯหนูอยากหล่อ โดยไม่ประแป้ง

ปรับภาพเป็นอนุรักษ์ก้าวหน้า

สะวิงไปเป็นรัฐบาลสีน้ำเงิน-แดง แล้วดึงเอาพรรคฟ้า บวกพรรคเล็กเข้ามา ก็คงมีคนตอบรับไม่น้อย

ตอนนี้ นายอนุทิน จึงถือว่าได้เปรียบ

สามารถเลือกที่จะให้ใครมาอยู่ในอ้อมกอด ไม่ว่าเขียว แดง ฟ้า และสารพัดสีของพรรคเล็ก

ส่วนประชาชน ซึ่งหากหมายถึงสีส้ม คือ “พรรคประชาชน” ก็ชัดแล้วว่าน่าจะไปยืนโดดเดี่ยว ไม่อยู่ในอ้อมแขนใคร

ส่วนประชาชน ที่หมายถึงชาวบ้านตาดำๆ

ซึ่งแม้ในช่วงเลือกตั้ง พรรคการเมืองไหนๆ ก็อยาก “กอด” นั้น

แต่ก็อาจต้องเผื่อใจไว้หน่อย

ด้วยปกติหลังเลือกตั้งแล้ว ประชาชนมักจะถูกกันออกไปให้กลายเป็นฝ่ายคนดู

ดู “นักการเมือง” เขากอดกันเสียมากกว่า