กรณี สำนวนการสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ คดีธุรกิจสแกนม่านตาแลกเหรียญคริปโทที่อาจเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมาย ที่เชื่อมโยงไปถึง นายเบน สมิธบิ๊กสีเทาคนสำคัญ “หลุด” ออกมา ในห้วงจัดตั้งรัฐบาล น่าสนใจ
น่าสนใจเพราะ ถูกเกี่ยวโยงไปถึงแกนนำ 2 พรรค
คือ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และอดีต รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และอดีต รมว.เกษตรและสหกรณ์
อย่าลืมว่าคดีนี้อยู่ในความดูแลของ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่ชงเรื่องให้ดีเอสไอ ซึ่งอยู่ในการกำกับดูแลของกระทรวงยุติธรรมที่พรรคภูมิใจไทยบริหาร สอบสวน
และตอนนี้ผลการสอบสวนถูกส่งไปยัง ป.ป.ช.แล้ว โดยดีเอสไอเสนอให้ดำเนินการกับ “6 ผู้เกี่ยวข้อง”
ระหว่างทาง เอกสารคำให้การของนายประเสริฐ ที่พาดพิงไปถึง ร.อ.ธรรมนัส “หลุด” ออกมาสู่สื่อมวลชน
ซึ่งแน่นอน ย่อมส่งผลกระทบต่อพรรคเพื่อไทยและกล้าธรรม อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
โดยเฉพาะ “การเข้าร่วมรัฐบาล”
ที่ตอนนี้มีเงื่อนไขต่างๆ ถูกสร้าง-ถูกวาง-ถูกกำหนดขึ้นมาทั้งโดยเปิดเผย ทั้งทางลับในหลายรูปแบบ
แน่นอน กรณีเอกสาร “หลุด” ข้างต้น ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ “บังเอิญ” เกิดขึ้น
พรรคเพื่อไทย แม้ดูจะราบรื่น คือ ได้เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลแน่ ในฐานะพรรคที่มีเสียงมากเป็นอันดับสองของพรรคที่เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล
แต่ถามว่า อำนาจการต่อรองของพรรคเพื่อไทยมีสูงหรือไม่
คำตอบชัดเจนคือไม่
เพื่อไทยอยู่ในฐานะพรรค “ตัวประกอบ” ภายใต้การกำกับของพรรคภูมิใจไทย
“รอ” ที่จะถูกมอบให้ “ทำ” หรือดูแลกระทรวงตามโควต้าที่มี ไม่อาจส่งเสียงที่มีน้ำหนักเพื่อต่อรองอะไรได้มากนัก
พูดง่ายๆ อยู่ในภาวะ “หล่อ” เลือกไม่ได้ ต้องคอยลุ้นว่าเขาจะแบ่งเนื้อส่วนไหนมาให้
แต่กระนั้น ก็ยังถือว่า ดีกว่าพรรคกล้าธรรม
ที่ตอนนี้ อยู่ในภาวะแห่งความไม่แน่นอน ว่าจะได้เข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่
ร.อ.ธรรมนัส ที่ “หล่อ” และ “โดดเด่น” จากผลการเลือกตั้ง “แม่นยำ” ได้ ส.ส.เข้ามาเป็นกอบเป็นกำ
แต่วันนี้ ไม่เพียงตกอยู่ในภาวะ “หล่อ” เลือกไม่ได้ เท่านั้น
ยังถูกสร้างเงื่อนไขอัน “ไม่เหมาะสม” เข้าใส่อย่างต่อเนื่อง
จนอาจตกอยู่ในภาวะไม่ถูก “เลือก” ได้
ทำให้ ร.อ.ธรรมนัส ที่เคยถูกมองจะโดดเด่นเป็นคู่แฝด เคียงคู่ไปกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และพรรคภูมิใจไทย ต้องแสดงท่าทีขึงขัง ตอบโต้กลับ
อย่างกรณีเรื่องคุณสมบัติที่ไม่เหมาะสม
ร.อ.ธรรมนัสก็ย้อนกลับนายอนุทินที่ตั้งให้ตนเองนั่งรัฐมนตรีกระทรวงเกษตร “ใครที่ตั้งผมเป็นรัฐมนตรี ถ้าคุณคิดว่าผมผิด คุณก็โดนด้วย”
นอกจากนี้ยังท้าทาย “พรรคกล้าธรรมไม่เคยกลัวใครจะบีบ ใครบีบมาเดี๋ยวสวนกลับ”
และว่า “ชีวิตผมไม่เคยทะเลาะกับใครก่อน แต่ถ้าใครทะเลาะกับผมก็กลับไปฝันร้าย”
ฝันร้ายหนึ่งที่ ร.อ.ธรรมนัสเปรยๆ ออกมา
ก็คือ แสดงความห่วงใยเรื่อง “การเลือกตั้งโมฆะ”
ซึ่งจะมีน้ำหนักและทำให้สถานะทางการเมืองหนักแน่น จนขาด “ธรรมนัส-กล้าธรรม” ได้หรือไม่ ยังเป็นที่กังขา
เพราะคนในภูมิใจไทยเอง ก็ปั่นกระแสคำพูดโด่งดัง ใน “เดอะ ก็อดฟาเธอร์” ออกมาย้อนศร
นั่นคือ นอกจาก “เลือกไม่ได้” แล้ว
ยังต้องรับ “ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้” ด้วย

