ข้อโต้แย้งระหว่าง “ลับ” หรือ “ไม่ลับ” กรณีของบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดยังดำเนินต่อไป
อาจารย์วิษณุ เครืองาม มองว่า เลือกตั้งโดยลับ คือ ต้องเป็นความลับตลอดเวลา
นั่นคือเป็นความลับไปกับโลกนี้เลย
ถ้าลับแบบหลังจากเลือกไปแล้ว อีก 2 เดือน มาเปิดดูกันได้ ถือว่าไม่ลับแล้ว
ความเห็นของอาจารย์วิษณุน่าจะทำให้ อาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ออกมาแสดงความคิดเห็น
และเป็นความเห็นที่มองต่างจากอาจารย์วิษณุ
อาจารย์บวรศักดิ์มองว่า ไม่มีประเทศไหนเลือกตั้งโมฆะเพราะคิวอาร์โค้ด พร้อมกันนั้นยังได้เล่าถึงวัตถุประสงค์ของการเลือกตั้งโดยลับ
วัตถุประสงค์ที่ให้เลือกตั้งโดยลับเพื่อความเป็นอิสระและคุ้มครองเสรีภาพของผู้เลือกตั้ง
การเลือกคนที่รัก พรรคที่ชอบ ต้องได้รับการคุ้มครอง เพื่อไม่ให้ผู้เลือกตั้งตกอยู่ภายใต้อิทธิพล อำนาจมืด อำนาจเงินของผู้สมัครรับเลือกตั้งและพรรคการเมือง
ต้องคุ้มครองผู้เลือกตั้ง ให้พ้นจากความกลัวและการคุกคามของผู้สมัครและพรรคการเมือง
วันต่อมา อาจารย์บวรศักดิ์ยังชวนให้ทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมมีข้อเสนอแนะ
หนึ่ง เหตุการณ์นี้ทำให้เห็นว่า ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจผู้จัดเลือกตั้งเป็นหัวใจของเรื่อง
ดังนั้น กกต.ต้องหาทางทำให้คนเชื่อและไว้ใจ
สอง ณ วันนี้คนไม่ไว้ใจ QR Code และบาร์โค้ด จึงต้องหาวิธีใหม่ที่จะพิสูจน์บัตรปลอมโดยระบุตัวไม่ได้ แล้วนำมาใช้แทน
สาม ถึงเวลาที่จะต้องแยกผู้จัดเลือกตั้ง (operator) ออกจาก regulator ผู้วางกฎเกณฑ์สำหรับการเลือกตั้ง และผู้จับผู้กระทำผิดในการเลือกตั้ง เหมือนในร่างรัฐธรรมนูญปี 2557 2558 ที่ยกร่างแล้ว สปช.คว่ำ
ร่างนั้น ได้ให้ที่ประชุมปลัดกระทรวงจัดเลือกตั้ง ส่วน กกต.วางกฎเกณฑ์และตรวจสอบการเลือกตั้งให้สุจริตและเที่ยงธรรม
ท้ายที่สุดให้ศาลเป็นผู้พิจารณาลงโทษผู้โกงเลือกตั้ง
จากความเห็นของอาจารย์ทั้ง 2 ท่าน และหากย้อนกลับไปอ่านความเห็นอาจารย์อีกหลายท่าน ส่วนใหญ่ก็บอกเล่าถึงสาเหตุที่ต้องเลือกตั้งโดยลับไปในทำนองเดียวกัน
สรุปง่ายๆ ว่า กฎหมายต้องคุ้มครองให้คนไปใช้สิทธิมั่นใจว่าเมื่อกาบัตรเลือกใครแล้วจะปลอดภัย เพราะความเห็นของเราจะไม่มีใครรู้
แต่ถ้าเมื่อใดเกิดความไม่มั่นใจว่ากาบัตรไปแล้วจะเป็นความลับหรือเปล่า ต่อไปคนก็อาจจะไม่ไปใช้สิทธิ เพราะกลัวไม่ปลอดภัย
ดังนั้น กกต.ต้องเป็นหลักที่จะต้องทำให้คนไทยเกิดความเชื่อมั่นในการไปเลือกตั้ง
กลไกต่างๆ ในสังคมก็ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น
เชื่อมั่นว่าการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งจะไม่ใช่การไปสร้างความเดือดร้อนให้ตัวเอง
ที่ผ่านมา คนไทยเชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งเป็นความลับ ใครจะมาบอกว่าไม่ลับก็ไม่มีใครเชื่อ
แต่ดูเหมือนว่า พอหลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์ผ่านพ้นไป
หลังกรณีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด เกิดขึ้น หลายคนเริ่มรู้สึกไม่เชื่อมั่น
นี่คือการบ้านในอนาคตที่ต้องทำร่วมกัน
ไม่เพียงแต่ กกต.เท่านั้นที่ต้องหาวิธีการฟื้นความเชื่อมั่นให้กลับคืนมา
กลไกต่างๆ ของสังคมนี้ก็ต้องทำให้คนไทยมีความเชื่อมั่น
เชื่อมั่นในการเลือกตั้งว่า สุจริตและเที่ยงธรรม
และเชื่อมั่นว่าทุกคนที่ไปเลือกตั้งจะไม่มีใครตามมาคุกคามได้ในภายหลัง
นฤตย์ เสกธีระ

