ไทยกับความผันผวน
สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางกลับมาปะทุอีกครั้ง หลังกองทัพสหรัฐอเมริกาผนึกกำลังกับกองทัพอิสราเอล เปิดฉากยิงถล่มประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พร้อมสังหาร อยาตอลเลาะห์ อาลีคาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน
ด้วยเหตุผลที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ระบุว่า เพื่อขจัดภัยคุกคามและปกป้องประชาชนอเมริกัน
พร้อมอ้างว่า อิหร่านปฏิเสธเงื่อนไขการเจรจาเพื่อให้ยกเลิกโครงการนิวเคลียร์ รอบที่ 3 ทำให้สหรัฐไม่มีทางเลือกอื่น
นำมาซึ่งการตอบโต้ของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ยิงขีปนาวุธและโดรนใส่ฐานทัพเรือสหรัฐ ใน 9 ประเทศอ่าวอาหรับ คือ กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย คูเวต บาห์เรน อิรัก เยเมน จอร์แดน เลบานอน
โดยใช้สิทธิในการป้องกันตนเองตามมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ และร้องขอให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) จัดประชุมฉุกเฉิน เพื่อพิจารณาเหตุการณ์การละเมิดสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ยังได้ยกระดับตอบโต้ผู้รุกราน และจะยืนหยัดปกป้องอธิปไตยของอิหร่านอย่างเด็ดขาด
รวมทั้งประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งที่รองรับปริมาณน้ำมันประมาณ 20% ของโลก และเตือนว่าจะโจมตีและเผาเรือทุกลำที่แล่นผ่าน
สถานการณ์สงครามดังกล่าวเป็นอีกครั้ง ที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐอ้างเหตุผลเพื่อที่จะเข้าไปละเมิดอธิปไตยประเทศคู่ขัดแย้ง ละเลยระเบียบโลก
ขัดต่อมาตรา 2 วรรค 4 ของกฎบัตรสหประชาชาติ ห้ามการขู่ว่าจะใช้หรือการใช้กำลังที่ละเมิดบูรณภาพของดินแดน หรือความเป็นอิสระทางการเมืองของรัฐใดๆ
เหมือนเมื่อครั้งที่ผู้นำสหรัฐส่งกองทัพเปิดปฏิบัติการ เข้าจับกุมตัว นิโกลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา
ผ่านข้ออ้างที่ประธานาธิบดีสหรัฐระบุว่า เป็นการเปิด สงครามต่อต้านยาเสพติด
ส่งผลให้ทุกประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนกับภูมิรัฐศาสตร์ และการเมืองระหว่างประเทศของชาติมหาอำนาจ
สถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐ กับ อิหร่าน ยังไม่ชัดเจนว่าจะจบภายในระยะเวลาอันใกล้หรือไม่ แต่จากข้อมูลล่าสุดกลับส่อเค้าที่จะรุนแรงยืดเยื้อเกินกว่า 1 เดือน
ย่อมส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย ที่ได้รับผลกระทบปัจจัยจากราคาพลังงาน ทั้งค่าน้ำมัน ค่าก๊าซ ค่าไฟฟ้า อาจเพิ่มสูงขึ้น กระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวม
ตลอดจนผลกระทบต่อแรงงานไทย และคนไทยที่อาศัยอยู่ในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง สุ่มเสี่ยงที่จะไม่ปลอดภัย หากสงครามทวีความรุนแรงขึ้น
อันเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของรัฐบาลไทย แม้ขณะนี้อยู่ในสถานะรัฐบาลรักษาการ แต่จำเป็นต้องเตรียมทุกแผนรับมือกับความผันผวน
ทั้งมิติด้านเศรษฐกิจ ด้านความมั่นคง และจุดยืนการเมืองระหว่างประเทศของไทย กับประเทศคู่ขัดแย้ง
เมื่อไม่สามารถหลีกเลี่ยงความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลกได้
รัฐบาลจึงต้องวางทุกนโยบายและกำหนดยุทธศาสตร์ เพื่อรองรับในทุกฉากทัศน์ของความเปลี่ยนแปลงของโลก
จตุรงค์ ปทุมานนท์

