แม้อิหร่าน จะยืนระยะรับมือ สหรัฐและอิสราเอล ได้เหนือความคาดหมาย แต่กระนั้นยากอย่างยิ่งที่ อิหร่าน จะได้ชัย
เพราะเสียเปรียบทุกประตู ทั้งกำลังรบ ทั้งแนวร่วมจากชาติต่างๆ
จีนและรัสเซียที่แสดงท่าทีสนับสนุน ก็คงฝากผีฝากไข้ไม่ได้มาก
ดังนั้นดีที่สุดก็คือ เจ๊า (แต่คงสะบักสะบอมหนัก)
ดีลงไปหน่อยคือ แพ้อย่างไรให้มีผลกระทบน้อยที่สุด
คือไม่ให้ถึงกับถูกล้มกระดาน กลายเป็น “อาณานิคมใหม่” ของสหรัฐและอิสราเอล
เมื่อแนวโน้มสถานการณ์ เป็นเช่นนี้ โลกก็คงปั่นป่วนกับการรับมือกับ “จักรวรรดิ” ใหม่ ภายใต้การนำของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อไป
ซึ่งก่อนหน้านี้ “จักรวรรดิ” ใหม่ ทำสงครามการค้า ผ่าน “อาวุธภาษี” จนประเทศต่างๆ วิ่งเข้าไปสวามิภักดิ์ทั้งโลก
และตอนนี้ทรัมป์ ก็ใช้ “เรือปืน” บุกเข้าไปยังชาติต่างๆ เพื่อประโยชน์ของตนและพรรคพวกอย่างอิสราเอล
จากเวเนซุเอลา ไปถึงอิหร่าน และขู่ฟอดๆ คิวต่อไปคือคิวบา
ภายใต้ความอหังการ ของ ทรัมป์ ที่โฆษณาชวนเชื่อ ว่า สหรัฐมีกองทัพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
และยิ่ง ได้ความชอบธรรม จากทั้งสภาสูง และสภาล่าง หลังโหวตคว่ำร่างมติ War Powers Resolution ที่จะดึงอำนาจการทำสงครามมายังรัฐสภา
ทำให้ปฏิบัติการทางทหารของทรัมป์ในอิหร่านนั้นชอบด้วยกฎหมายและอยู่ภายใต้สิทธิของเขาอย่างเต็มที่
และอย่างที่บอก หากเขาเผด็จศึกอิหร่านได้ จักรวรรดิ ภายใต้ทรัมป์ คงสยายปีกไปทั่วโลก
ซึ่งน่ากลัวอย่างยิ่ง เพราะใครหรือชาติใด เมื่อมีอำนาจเบ็ดเสร็จเมื่อใด มักมีภาวะ “หน้ามืดตามัว” ใช้อำนาจ “แบด-BAD” เสมอ
ยิ่งอำนาจเบ็ดเสร็จ นั่นแฝงมากับความชอบธรรม เช่น ชนะการเลือกตั้ง (แบบมีข้อกังขา) หรือชนะจากเสียงสนับสนุนจาก สภาล่าง สภาสูง
(เพราะตนเองครองเสียงข้างมากอยู่) ยิ่งทำให้การตัดสินใจใช้อำนาจเป็นไปอย่าง “ล้นเกิน” จนเกิดผลกระทบร้ายแรงต่อผู้ถูกใช้อำนาจขจัด-ควบคุม-จัดการ
ประวัติศาสตร์มืดๆ เช่นนี้ ปรากฏให้เห็นเช่นนั้นเสมอมา
ย้อนกลับมามองประเทศไทยของเรา
ทั้งจากเรื่องสงคราม “ภาษี” มาถึง สงครามที่ใช้อาวุธจริงๆ ของทรัมป์
ก่อผลกระทบและก่อกรรมทำเข็ญ ให้เราแน่
และอาจเลวร้ายลงไปอีก หากสงครามสหรัฐ-อิสราเอล-อิหร่านยืดเยื้อ
ผลกระทบอันมหาศาลจากการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด หรือ “บ้าอำนาจ” นี้
ควรจะเป็น บทเรียนสำคัญ ที่ทุกคนต้องตระหนักรู้
และไม่สมควรอย่างยิ่ง ที่จะใช้อำนาจ “บาตรใหญ่” เพื่อประโยชน์ ของตนเองและพวกพ้อง
ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยการไฟเขียวของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ซึ่งก็มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากต่อการใช้อำนาจ ทั้งอำนาจในงานตนเอง และอำนาจจัดการกับประชาชนที่มาตั้งคำถามในเรื่องความโปร่งใส) นายอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังนำพาพรรคภูมิใจไทย–ซึ่งแน่นอน มาจากชัยชนะจากการเลือกตั้งอย่างท่วมทัน เข้ามาจัดตั้งรัฐบาล
เป็นรัฐบาลอันชอบธรรม และมีแต้มต่อที่สูงมาก
ไม่เพียงจะมีฉันทมติจากการเลือกตั้ง
หากแต่ยังมีกระซิบกระซาบเป็นนัยๆ ถึงการได้รับการสนับสนุนจาก “ใบอนุญาต” หลายใบ
ขณะเดียวกัน มีความเป็น “เนื้อเดียวกัน” กับสภาสูง-สภาล่าง และต่อเนื่องไปถึงองค์กรอิสระต่างๆ อย่าง “ลึกซึ้ง”
อำนาจในมือของนายอนุทินและภูมิใจไทย จึง “เพียบพร้อม-สมบูรณ์”
และความเพียบพร้อม-สมบูรณ์นี้เอง
นำไปสู่ความคาดหวังว่า จะเป็นการใช้ความเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพื่อแก้ปัญหาอำนาจ อย่างชอบธรรมและเป็นไปตามครรลองประชาธิปไตย
ไม่บ้าหรือหลง แล้วไหลไปตามอำนาจ “แบด-แบด”
อย่างที่จักรวรรดิโชว์ “พาวเวอร์” อันน่ารังเกียจ สร้างผลกระทบรุนแรง จนโลก “จับไข้” อยู่ตอนนี้!
สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

