สถานีคิดเลขที่ 12 | ความเชื่อมั่นผ่านน้ำมัน โดย จตุรงค์ ปทุมานนท์

18.03.26 | 12:04 น.
สถานีคิดเลขที่ 12 : ความเชื่อมั่นผ่านน้ำมัน

สถานการณ์สงครามระหว่างกองทัพสหรัฐอเมริกาผนึกกำลังกองทัพอิสราเอล กับกองทัพอิหร่าน และกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ยังเปิดฉากสู้รบกัน เข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 โดยยังไร้สัญญาณว่าสถานการณ์สู้รบจะจบลงในระยะเวลาใด

พร้อมกันนี้ผลกระทบจากการที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันประมาณ 20% ไปยังทั่วโลก ทำให้หลายประเทศที่นำเข้าน้ำมันจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง รวมทั้งประเทศไทย ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นกว่า 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

กระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เนื่องจากราคาน้ำมัน ถือเป็นปัจจัยและต้นทุนการผลิตที่สำคัญของสินค้าเกือบทุกชนิด รวมทั้งภาคการขนส่ง การเกษตร อุตสาหกรรม

ท่ามกลางความวิตกกังวลของประชาชนว่าจะไม่มีน้ำมันใช้เพียงพอต่อการดำรงชีวิต และการดำเนินธุรกิจของภาคส่วนต่างๆ สะท้อนผ่านภาพการต่อคิวรอเติมน้ำมันจนล้นสถานีบริการน้ำมัน ในหลายจังหวัด

พร้อมกับปัญหาน้ำมันบางชนิดขาดในหลายปั๊มน้ำมัน เพราะต้องรอรถขนส่งน้ำมันมาเติมให้แต่ละปั๊ม

Advertisement

แม้นายกรัฐมนตรี รวมทั้งผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำมันของประเทศ จะออกมายืนยันว่า น้ำมันของประเทศมีเพียงพอต่อความต้องการใช้งาน และได้บริหารจัดการสำรองน้ำมันไว้ถึง 101 วัน

แต่คำชี้แจงถึงการบริหารจัดการน้ำมันของนายกฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กลับยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ เพราะยังสวนทางกับสภาพความเป็นจริงในหลายจังหวัด ที่ยังมีประชาชนต่อคิวรอเติมน้ำมันตามปั๊มต่างๆ พร้อมกับป้ายแปะที่หัวจ่ายน้ำมันว่า “น้ำมันดีเซลหมด”, “น้ำมันอยู่ระหว่างการขนส่งมาเติม”

กรณีน้ำมันขาดแคลนตามปั๊มต่างๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่กำกับดูแลการบริหารจัดการน้ำมัน ต้องออกมาชี้แจงสถานการณ์การบริหารจัดการน้ำมันของประเทศ ให้ประชาชนได้รับทราบในทุกข้อเท็จจริง เพื่อสร้างเชื่อมั่นและลดความตื่นตระหนกของทุกภาคส่วน

ผ่านคำชี้แจงของ สราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ที่ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเราได้แก้ปัญหาคอขวดในการจัดส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการ ปกติโรงกลั่นจะขายให้ผู้ค้ารายใหญ่ เรียกว่าผู้ค้ามาตรา 7 หรือบางครั้งจะส่งให้พ่อค้าคนกลาง ที่เรียกว่า “จ็อบเบอร์” โดยผู้ค้ามาตรา 7 จะส่งให้สถานีบริการนํ้ามันของตัวเองเป็นส่วนใหญ่ ประกอบด้วยแบรนด์ต่างๆ และปั๊มอิสระ แต่เมื่อขนไปไม่ได้ หลายภาคส่วนก็มาเติมกันที่สถานีบริการ

จากเหตุการณ์ดังกล่าว กระทรวงพลังงานได้รับบัญชาจากนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี ประสานกับโรงกลั่นทุกโรงให้กลั่นอย่างเต็มที่ คอยเฝ้าระวังไม่ให้มีการหยุดผลิต

และให้ผู้ค้ามาตรา 7 จัดส่งน้ำมัน ให้จ็อบเบอร์ช่วยกระจายเชื้อเพลิงไปยังจุดอื่นๆ ที่ไม่ใช่สถานีบริการ รวมทั้งขยายเวลาจัดส่งน้ำมันเพิ่มขึ้น เพื่อกระจายไปยังสถานีบริการต่างๆ และจะร่วมกันดูแลไม่ให้เกิดการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงตามจุดต่างๆ

ความเชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการน้ำมันของภาครัฐจะเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่แค่เพียงคำพูด แต่ต้องเกิดจากการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม จับต้องได้