นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่กำลังจะมี “อำนาจเต็ม” นำ “รัฐนาวา” ออกจากท่าอย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า
คงไม่อาจมีท่าที “ดื้อ(หน้า)ด้าน” เหมือนนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สร้างปัญหาในตะวันออกกลางจนป่วนไปทั้งโลกแล้วหาทางลงไม่ได้ ต้องโยนภาระให้คนอื่น
อย่างเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ บอกหน้าตาเฉย ให้นานาชาติไปแก้ปัญหากับอิหร่านเอง
ฟังแล้ว “กวน” อารมณ์
แต่ก็ต้องยอมรับว่า ที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ อาละวาดอย่างนั้นได้
ส่วนหนึ่งเพราะมีไพ่ “อำนาจ” ที่สามารถต่อรอง-กดหัวคนอื่น ในมือหลายใบ
ตั้งแต่เรื่องเศรษฐกิจการค้า ไปถึงอำนาจเถื่อนทางทหาร
นายโดนัลด์ ทรัมป์ จึงป่วนโลกได้ไม่หยุด
แน่นอน ที่ถูกป่วนเต็มๆ รวมถึงนายอนุทินด้วย
และแน่นอน ยิ่งขึ้นไปกว่านั้น นายอนุทินไม่อาจเหมือนนายโดนัลด์ ทรัมป์
เพราะแทบจะไม่มีอำนาจต่อรองใดๆ กับแรงกระแทกจากข้างนอก
ต้องหาทางแก้วิกฤตที่ไม่ได้ก่อหน้าดำคร่ำเครียด
อย่างปัญหาเฉพาะหน้า “น้ำมัน” ที่กำลังลามไปเรื่องอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ส่ออาการรับมือไม่ไหว
ต้องยอมรับสภาพ “ลักหลับ” ปล่อยให้น้ำมันขึ้นรายวัน
สำหรับชาวบ้านตาดำๆ ตอนนี้ ก็คงก้มหน้าก้มตารับชะตากรรม และหาทางช่วยตัวเองให้ได้มากที่สุดเท่านั้น
จะไปหวังให้รัฐบาล และนายกฯ เข้ามาช่วยก็คงยาก
ที่จะพอเยียวยาได้ นั่นก็คือหวังว่า นายอนุทิน และรัฐบาล เมื่อ “เฉลี่ยสุข” ให้กับชาวบ้านไม่ได้
ก็น่าจะ “เฉลี่ยทุกข์” หรือ “แบ่งทุกข์” กระจายไปในทุกกลุ่มทุกพวกโดยเท่าเทียม
ไม่ใช่ให้ชาวบ้าน “แบก” หรือรับภาระเต็มๆ
แต่ในอีกด้าน ชาวบ้านได้ยินได้สัมผัสถึงคนตัวใหญ่ อย่างโรงกลั่น บริษัทน้ำมัน รวมถึง “ไอ้โม่ง” ได้รับผลกระทบน้อย
แถมบางธุรกิจ บางไอ้โม่ง ร่ำรวยขึ้นบนน้ำตาชาวบ้าน
ที่นายอนุทินยกทีมแถลงว่าได้เค้า “ไอ้โม่ง” แล้ว ก็ต้องเอาตัวมาลงโทษให้ได้จริงๆ ไม่ให้หายไปในสายลม
นี่คือสิ่งที่นายอนุทิน และคณะรัฐมนตรี ต้องรีบทำให้เร็ว
เพราะความโกรธ ความหงุดหงิด ของชาวบ้านจะทวีคูณขึ้น เพราะความรู้สึก ไม่เท่าเทียม นี้แหละ
ซึ่งตอนนี้ กระแสเช่นว่าทวีขึ้นเรื่อยๆ
การยกมือไหว้ “ขอโทษ” เพื่อจะไปต่อของนายอนุทิน แทบจะไม่ตกค้างอยู่ใน “หัวใจ” ประชาชนอีกแล้ว
และเชื่อว่าคงไม่ให้โอกาส ให้นายอนุทิน หรือใครที่มีส่วนรับผิดชอบในการนำพาประเทศ มาขอโทษอีก
ซึ่งนั่นสะท้อนว่า “ทางข้างหน้า” ที่รัฐบาลใหม่ กำลังจะเริ่มขับเคลื่อนไปนั้น “แคบ” ลงเรื่อยๆ
จึงต้องอาศัยฝีมือในการบริหารงานที่สูงมาก
แต่เมื่อพิจารณาสิ่งที่ รัฐบาล (รักษาการ) และกำลังจะเป็นรัฐบาลอำนาจเต็มในอีกไม่กี่วัน ทำแล้ว
ต้องยอมรับว่า “น่าห่วง”
การแก้ปัญหาแบบ “สร้างภาพ” ไม่ว่า ขับรถไฟฟ้า เติมน้ำมัน ตรวจตลาด ฯลฯ
ไปจนถึงการบริหาร ด้วยการส่งตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ ตั้งโฆษกเพื่อทำหน้าที่ชี้แจงหรือเป็น “หนังหน้าไฟ”
ชัดเจนว่า ไม่เพียงพอ
ชาวบ้านต้องการเห็นการแก้ปัญหาที่เป็นเนื้อเป็นหนัง แก้ปัญหาทั้งเฉพาะหน้า และปัญหาที่จะลากยาว ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แต่ถามว่า ตอนนี้ พอจะเห็นหรือไม่
ก็ต้องบอกตรงๆ ว่า ยังไม่เห็น
แถมเมื่อแลไปข้างหน้า เห็นแต่ทางแคบ
ซึ่งก็หวังว่าเราคงไม่โชคร้ายสุดๆ ที่นายกฯและคณะรัฐมนตรีจะนำพาเราไปสู่ “ทางตัน” ที่ไร้ทางออก
สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

