สถานีคิดเลขที่ 12 | (กลับสู่) ‘การเมืองนำการทหาร’ โดย ปราปต์ บุนปาน

20.04.26 | 10:45 น.
สถานีคิดเลขที่ 12 : (กลับสู่) ‘การเมืองนำการทหาร’

อีกหนึ่งจุดสะดุดที่เกือบกลายเป็นเรื่องใหญ่สำหรับรัฐบาล และจนถึงปัจจุบัน ก็ยังไม่แน่ใจนักว่า ปัญหาความตึงเครียดที่เพิ่งเกิดขึ้นนั้นถูกคลี่คลายลงไปได้มากน้อยแค่ไหน

คือ สถานการณ์ในชายแดนใต้ สืบเนื่องจากกรณีการลอบยิง กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ และคณะผู้ติดตาม ซึ่งนำมาสู่การสืบสวนขยายผลพบว่า อาจมีเจ้าหน้าที่รัฐจาก กอ.รมน.เข้าไปข้องเกี่ยวด้วย

ก่อนที่กรณีความรุนแรงข้างต้นจะลุกลามขยายวงกว้างขึ้นเมื่อเกิดปรากฏการณ์ “ตายไมค์” ของ “พล.ท.นรธิป โพยนอก” แม่ทัพภาคที่ 4 ที่ทั้งสร้างแรงสะเทือนต่อคดี และก่อให้เกิดแรงต่อต้านของภาคประชาสังคมในพื้นที่

หากพิจารณาในมุมมองที่กว้างขึ้นอีกสักหน่อย จุดสะดุดนี้ก็กำลังสะท้อนถึงปัญหาที่ใหญ่กว่านั้น

ประการแรก ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า “รัฐบาลอนุทิน 1” เกิดขึ้นท่ามกลางสภาวะความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ซึ่งส่งผลให้ แพทองธาร ชินวัตร จากเพื่อไทย ต้องพ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะกรณี “คลิปเสียงอังเคิล” และนำไปสู่เหตุสู้รบตามแนวชายแดนด้านตะวันออก

Advertisement

ในบริบทความขัดแย้งเช่นนั้น สภาพ “การทหารนำการเมือง” จึงค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมา กระทั่งกลายเป็น “แนวคิดหลัก” ของสังคม

โดยมีรัฐบาลภูมิใจไทยคอยทำหน้าที่สนับสนุนปฏิบัติการของกองทัพและร่วมยืนหยัดในอุดมการณ์ชาตินิยมอย่างเต็มกำลัง

ดูเหมือนสภาพการณ์ที่ขับเน้น “บทบาทนำ” ของทหาร จะลามมาถึงกระบวนการจัดการปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนใต้ด้วย

ทั้งๆ ที่พื้นที่นี้เป็น “พื้นที่เฉพาะ” ซึ่งมี “ปัญหาเฉพาะ” ของรัฐไทย จนต้องพึ่งพิงหลักการ “การเมืองนำการทหาร” อยู่เสมอ

ประการที่สอง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีผู้ที่ห่วงใยสังคมไทยจำนวนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการหรือนักการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร พยายามเขียนและกล่าวเตือนเรื่องบทบาท-กิจการด้านความมั่นคงภายใน ที่ค่อยๆ รุกคืบแผ่ขยายเข้ามาสู่พื้นที่การเมืองมากขึ้นแบบเนียนๆ เงียบๆ เรื่อยๆ ของ กอ.รมน.

ทว่า เสียงตักเตือนดังกล่าวกลับถูกเซ็นเซอร์ ถูกต่อต้านโดยไอโอในโลกออนไลน์ หรือไม่ค่อยถูกรับฟังจากผู้คนและสื่อมวลชนส่วนใหญ่มากนัก

กระนั้นก็ดี คดีลอบยิง ส.ส.กมลศักดิ์ และคนใกล้ชิด ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนอีกครั้ง ให้รัฐบาลและสังคมไทยพึงระมัดระวังและเฝ้าจับตาบทบาทของ กอ.รมน. หรือบุคลากรจาก กอ.รมน. ซึ่งอาจนำไปสู่การทบทวน “ภารกิจ-หน้าที่” ขององค์กรรัฐแห่งนี้อย่างจริงจังในอนาคต

ประการสุดท้าย หลายฝ่ายตระหนักคล้ายๆ กันว่า สถานการณ์น่ากังวลล่าสุดที่เกิดในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ มิได้เป็นเรื่องบังเอิญ แต่อาจเป็นผลลัพธ์จากปัญหาเรื่องการจัดวางบุคลากรของกองทัพเองด้วย

ดังที่ทราบกันดีว่า แม่ทัพภาคที่ 4 ท่านปัจจุบัน อาจมิใช่ “ตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด” สำหรับพื้นที่/ปัญหาเฉพาะนี้มาตั้งแต่แรก

นี่เป็นอีกประเด็นที่ช่วยตอกย้ำว่า ในกระบวนการรับมือกับปัญหาบางด้านหรือหลายๆ ด้าน การตัดสินใจโดยผู้นำเหล่าทัพอาจมิได้นำไปสู่วิธีการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด มิหนำซ้ำ ยังจะทำให้เกิดปัญหาใหม่ๆ โดยไม่จำเป็น

นี่คือการเน้นย้ำไปถึง “รัฐบาลอนุทิน 2” ว่า คงถึงเวลาแล้ว ที่ผู้นำประเทศ (ซึ่งมาจากการเลือกตั้ง) ต้องหวนกลับมาใช้และยึดมั่นหลักการ “การเมืองนำการทหาร” ในการบริหารราชการแผ่นดินอีกหน