ต้นส้มแสนรัก (My Sweet Orange Tree) โดย โจเซ่ วาสคอนเซลอส นักเขียนชาวบราซิล
เป็นวรรณกรรมเยาวชนที่ครองใจคนไปทั่วโลก
ถูกแปลเป็นภาษาต่างๆ 32 ภาษาใน 19 ประเทศทั่วโลก รวมถึงไทยด้วย (อย่างน้อย 2 สำนวน มัทนี เกษกมล และสมบัติ เครือทอง)
ผู้อ่านหลายคนปาดน้ำตา ให้กับชะตากรรมของ “เด็กชายเซเซ่” ที่วนเวียนอยู่ในบทบาทผู้ถูกกระทำจากวงจรอุบาทว์ของ “ความยากจน” และ “ความรุนแรง”
แม้แต่ “ต้นส้ม” เพื่อนทางจิตวิญญาณ ที่เซเซ่ ใช้เป็นร่มเงาพักพิงจากชีวิตอันร้อน-ร้าย ยังถูก “โค่น” ลง
“เขาโค่นมันแล้วละฮะพ่อ ตั้งอาทิตย์กว่ามาแล้วที่เขาโค่นต้นส้มของผม”
ประโยคนี้แม้สะเทือนใจคนอ่าน
แต่ก็เป็นความสะเทือน ที่นำไปสู่ความซาบซึ้ง-ตรึงใจ
ซึ่งอาจแตกต่าง จาก “ต้นส้ม” ในอีกบริบทในการเมืองไทยปัจจุบันนี้
เป็น “ต้นส้ม” ที่ลากดึง ไปใน 2 ความหมาย ซึ่งแน่นอน คงไม่ใช่ความซาบซึ้ง-ตรึงใจ
แต่เป็นความคับข้อง-ขมขื่นใจ เสียมากกว่า
โดยเฉพาะ “ด้อมส้ม” ทั้งหลาย
ด้วย “ต้นส้ม” อันหมายถึง พรรคส้ม-พรรคประชาชน
และ “ต้น-ส้ม” อันหมายถึง “ต้น” วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ที่ถูกคาดหมายจะมารับไม้เป็นผู้นำพรรค แทน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ในกรณีถูกพักการปฏิบัติหน้าที่ จากคดีแก้มาตรา 112
แต่เมื่อศาลฎีกา มีมติรับ “คำฟ้อง” แต่ไม่ “พักการปฏิบัติหน้าที่” ของนายณัฐพงษ์กับ ส.ส.ประชาชนรวม 10 คน
ทำให้ “ต้น” ส้ม-วีระยุทธ ยังไม่ต้องก้าวขึ้นมาเผชิญ “พายุ” ตอนนี้
รอลุ้นในอนาคต ที่ว่ากันว่าอีกประมาณ 1 ปี ที่คดีแก้มาตรา 112 จะถูกตัดสิน
ซึ่งแน่นอนพรรคส้มคงวางใจอะไรไม่ได้
เป้าหมาย “โค่นส้ม” ทั้งในแง่พรรค ทั้งในแง่บุคคล ไม่ว่า “เท้ง” ในวันนี้หรือ “ต้น” ในวันข้างหน้า ยังคงดำรง “ต้องโค่น” อยู่ “ต่อเนื่อง”
ซึ่งเป็นอย่างที่นายณัฐพงษ์โพสต์เฟซบุ๊กก่อนที่ศาลฎีก จะมีคำสั่งนี้ว่า
“ตลอดการเดินทางที่ผ่านมา เราไม่เคยเดินอยู่บนเส้นทางที่ราบเรียบ พวกเราเผชิญกระบวนการนิติสงคราม ไม่ว่าจะเป็นการถูกฟ้องหมิ่นประมาท ยุบพรรค ตัดสิทธิ และการถูกคุกคามในรูปแบบต่างๆ”
รวมถึงสิ่งที่นายณัฐพงษ์กล่าวในรายการ “กว่าจะมาเป็นพรรคประชาชน EP 15” กับสมาชิกของพรรคประชาชนว่า
“…เราเห็นภาพใหญ่ตรงกันว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง แต่ยังมีระบบโครงสร้างอำนาจรัฐที่สนับสนุนระบอบแบบนี้อยู่…ล่าสุดเราก็เห็นว่าเกี่ยวข้องกับคดี 44 ส.ส. โดย ป.ป.ช.ยกคำร้องคดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ทั้งที่อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญระบุว่า คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร หลักฐานเส้นเงินก็ชัดเจน แต่กลายเป็นว่า ป.ป.ช.ใช้อำนาจยกคำร้องในคดีดังกล่าว แต่กับพวกเรา คดี 44 ส.ส. กลับส่งคำร้องไปยังศาลฎีกา”
“…สิ่งที่เราต่อสู้นั้นเรากำลังต่อสู้กับโครงสร้างที่เป็นยอดภูเขาน้ำแข็งทั้งลูกนี้”
นี่คือ “วิบากกรรม” ที่พรรคส้มเผชิญมาตลอด
ซึ่งล่าสุดก็คือ คดี 112 ที่ศาลฎีกา รับคำร้องไปแล้ว
แม้มีเรื่องดี ที่ ส.ส.ปัจจุบัน 10 คน ศาลฎีกาให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
ทำให้ยังพอมี “พื้นที่การเมือง” ทั้งในแง่บุคคลและพรรคให้เคลื่อนไหวต่อไป
กระนั้นถามว่าเบาใจได้หรือไม่
ก็เป็นอย่างที่นายณัฐพงษ์บอกนั่นแหละ คือ “ยังมีระบบโครงสร้างอำนาจรัฐที่สนับสนุนระบอบแบบนี้อยู่”
จึงวางใจไม่ได้เด็ดขาด
และจะเอาสีส้มไปเทียบกับสีน้ำเงิน ที่มีแต่ข่าวดีตลอด ไม่ได้
เพราะ “วาสนาต่างกัน”
“ต้นส้ม” ยังเป็นเป้าหมายที่จะถูกโค่นอย่างแน่วแน่ไม่ว่าวันนี้ หรือวันหน้า

