สถานีคิดเลขที่ 12 | เข้าโซนวิกฤต โดย นฤตย์ เสกธีระ

28.04.26 | 11:45 น.

จากปรากฏการณ์ที่เกิดกับ กกต. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระทำหน้าที่จัดการการเลือกตั้ง เรื่อยมาถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.

สะท้อนให้เห็นอารมณ์ของสังคมที่มีต่อความเชื่อมั่นองค์กรอิสระแจ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ

องค์กรอิสระที่ปรากฏขึ้นมาในรัฐธรรมนูญ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีความเป็นกลาง เที่ยงธรรม สุจริต ไม่ตกอยู่ในอำนาจฝ่ายใด

แต่ดูเหมือนว่าทุกวันนี้ องค์กรอิสระกำลังถูกมองว่าไม่เป็นอิสระจริง

ความรู้สึกไม่เชื่อมั่นในประสิทธิภาพ และศรัทธาที่มีต่อองค์กรอิสระจึงถูกท้าทาย

Advertisement

กรณีของ กกต.นั้น สังคมหวาดระแวงมาตั้งแต่การเลือก ส.ว.ที่มีการกล่าวหาว่ามีขบวนการฮั้วเกิดขึ้น แต่การดำเนินการกับข้อกล่าวหาไม่คืบหน้า กระทั่งกลายเป็นประเด็นทางการเมือง

ล่าสุด กกต.แจ้งว่า คณะอนุกรรมการมีข้อสรุปเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องฮั้ว ส.ว.แล้ว และจะนำเข้าสู่การพิจารณาของ กกต.ชุดใหญ่ภายในสิ้นเดือนนี้

ผลการพิจารณาของ กกต.ย่อมอยู่ในสายตาของสังคม

เฉกเช่นเดียวกับความหวาดระแวง กกต. กรณีบัตรเลือกตั้งที่มีคิวอาร์โค้ด และบาร์โค้ด

ตอนนี้กลายเป็นคดีความที่ต้องชี้แจงแสดงความจริงใจ แต่ผลที่เกิดขึ้นมานั้น สะท้อนความไม่เชื่อใจให้เห็นแล้ว

สำหรับผลการพิจารณาของ ป.ป.ช.เกี่ยวกับกรณียกฟ้องข้อกล่าวหาเรื่องแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จก็เช่นกัน

แม้ผลการพิจารณาจะเสร็จสิ้นมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 แต่เมื่อปรากฏเป็นข่าว ข้อสงสัยต่างๆ กลับอึกทึกครึกโครม

ป.ป.ช.ออกแถลงชี้แจงเหตุผลทางกฎหมายว่า แม้ผลการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญจะผูกพันกับทุกองค์กร แต่กรณีนี้ศาลวินิจฉัยเรื่องขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี ที่เกี่ยวกับหุ้น

แต่ ป.ป.ช.พิจารณาข้อหาอื่น ไม่ได้ใช่เรื่องคุณสมบัติรัฐมนตรี

ป.ป.ช.พิจารณาข้อหาแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จ ซึ่ง ป.ป.ช.มองว่า ไม่มีเจตนาแจ้งเท็จ จึงยกคำร้อง

น่าสนใจที่ว่า การวินิจฉัยของ ป.ป.ช.ครั้งนี้มีผู้ตั้งคำถาม และพยายามแสวงหาคำตอบมากมาย

และยิ่งน่าสนใจเข้าไปอีก เมื่อผู้ตั้งคำถาม มีทั้งบุคคลที่เป็นอาจารย์กฎหมาย อดีตองค์กรอิสระ บุคคลที่อยู่ในแวดวงต่อต้านคอร์รัปชั่น

โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวของ นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ที่โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก

นายมานะได้อ้างอิงการสอบถาม Gemini และยกตัวอย่างเรื่องดังที่สังคมไทยมักพูดถึงและตั้งคำถามต่อ ป.ป.ช.

แล้วตบท้ายว่า ปัญหาใหญ่ของ ป.ป.ช.ไม่ใช่แค่ “ตรงไปตรงมา” หรือไม่ แต่คือ “ความชอบธรรม” ในพฤติกรรมและคุณสมบัติ ที่ไม่สอดคล้องกับความคาดหวังหรือบรรทัดฐานของสังคม

อย่าลืมว่า นายมานะเป็นประธานองค์กรต่อต้านการคอร์รัปชั่น

วันนี้องค์กรต้านโกงแสดงความเห็นต่อองค์กรปราบโกง

ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนภัยจากสังคม

สังคมมิได้มองเฉพาะ ป.ป.ช. หากแต่มองทุกๆ องค์กรอิสระ เพราะเชื่อว่าต้องเป็นองค์กรที่ดีกว่าที่ไม่อิสระ

ป.ป.ช. หรือ กกต. หรือ สตง. จึงถูกเฝ้ามองมาด้วยความหวัง

หวังอยากเห็นองค์กรอิสระยังมีประสิทธิภาพ เป็นกลาง เที่ยงธรรม สุจริต ไม่ตกอยู่ในอำนาจใคร

แต่หากวันใดที่ทำให้สังคมผิดหวัง องค์กรอิสระนั้นก็เข้าสู่โซนวิกฤต

วิกฤตศรัทธา วิกฤตเชื่อมั่น

แล้วจากสัญญาณเตือนหลายๆ ครั้งจากสังคม พอจะพิจารณาได้ไหมว่า องค์กรอิสระใดบ้างที่กำลังตกอยู่ในโซนนี้