สถานีคิดเลขที่ 12 | บอร์ดเศรษฐกิจ โดย จตุรงค์ ปทุมานนท์

29.04.26 | 13:29 น.

รัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล เดินหน้าแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของคนในประเทศ เป็นวาระเร่งด่วน หากยึดตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ถือว่ากำหนดวาระและจัดลำดับความสำคัญได้ตรงกับปัญหา

เพราะผลกระทบจากสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา กับอิหร่าน ที่ยืดเยื้อมากว่า 60 วัน ยังไม่เห็นสัญญาณว่าทั้งสองชาติจะยุติสงครามดังกล่าวได้เมื่อใด

การรับมือวิกฤตพลังงานโลกอันมาจากสถานการณ์สงครามดังกล่าว ของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีก 34 คน

เป็นวาระที่ประชาชนอยากเห็นเป็นรูปธรรม ทั้งการเดินหน้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส อัพเกรดเพิ่มออปชั่นจากนโยบายคนละครึ่งพลัส โดยรัฐบาลกำหนดหลักเกณฑ์ รัฐจ่าย 60 ประชาชนจ่าย 40

กำหนดผู้ที่ได้รับสิทธิไม่ต่ำกว่า 20 ล้านสิทธิ โดยได้รับสิทธิ คนละ 4,000 บาท แบ่งจ่ายเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน ช่วยเพิ่มกำลังซื้อของประชาชน และอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยรวม

Advertisement

กระทรวงการคลัง วางไทม์ไลน์เสนอโครงการไทยช่วยไทยพลัส เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมครม.เศรษฐกิจ วันที่ 4 พฤษภาคม ก่อนจะเปิดให้ลงทะเบียนยืนยันสิทธิ และเริ่มการใช้จ่ายในเดือนมิถุนายนนี้

ขณะเดียวกันในภาพใหญ่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯ ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจสำคัญของรัฐบาล

ตามที่แถลงต่อรัฐสภา ให้ดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และสอดรับกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ เป็นประธานคณะกรรมการ รองประธานกรรมการ ประกอบด้วย รองนายกรัฐมนตรีทั้ง 7 คน ได้แก่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ

และ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ส่วนกรรมการ ประกอบด้วย รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา, รมว.เกษตรและสหกรณ์, รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, รมว.พลังงาน, รมว.มหาดไทย, รมว.แรงงาน, รมว.อุตสาหกรรม

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, ปลัดกระทรวงมหาดไทย, ปลัดกระทรวงการคลัง, ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ, เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน, ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, นายฉันทานนท์ วรรณเขจร ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย

มีเลขาธิการคณะรัฐมนตรี, เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นกรรมการและเลขานุการ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และรองเลขาธิการ สศช.

ที่ได้รับมอบหมายจากเลขาธิการ สศช. เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

คณะกรรมการชุดดังกล่าว มีบทบาทพิจารณากลั่นกรองนโยบายด้านเศรษฐกิจในภาพรวม ทั้งด้านการเงิน การคลัง การภาษีอากร การค้า การลงทุน เกษตรกรรม การคมนาคมและโลจิสติกส์ การท่องเที่ยว

การพลังงาน ดิจิทัล และอุตสาหกรรม รวมถึงกำหนดมาตรการเชิงรุกเพื่อรับมือผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ด้วยโครงสร้าง ทั้งบุคลากรและอำนาจหน้าที่ของบอร์ดเศรษฐกิจ ที่มีความชัดเจนตามคำสั่งข้างต้น สิ่งที่ประชาชนต้องการเห็นนับจากนี้ คือ ผลงานที่จับต้องได้