รัฐบาลกำลังเดินหน้าทำงานกันอย่างคึกคัก แต่ก็เผชิญหน้ากับมรสุมไม่น้อย
อาทิ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่กำลังเจอมรสุมทุเรียนโลละร้อย
ขณะที่ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โชว์ฟอร์มลดราคาน้ำมัน และลดค่าไฟ ใช้ไม่เกิน 200 ยูนิต เหลือยูนิตละ 3 บาท
แต่ต้องตอบคำถามว่า แล้วที่ใช้เกิน 500 ยูนิต ท่านจะคิดกี่บาท
ส่วนมาตรการให้ใช้โซลาร์รูฟท็อป โดยมีแหล่งทุนกู้ดอกเบี้ยต่ำ ต้องมีคำตอบว่า คุ้มค่าอย่างไร
เช่นเดียวกับรัฐมนตรีอีกหลายคนที่เริ่มทำงานก็พบกับปัญหา
เป็นปัญหาการบริหารจัดการ ซึ่งแม้จะเป็นมรสุมก็ไม่น่าจะทำให้รัฐบาลเสียศูนย์
แต่ปัญหาที่เกิดจากการย้ายอธิบดีกรมฝนหลวงนี่สิไม่รู้จะบานปลายหรือเปล่า
เมื่อ ครม.มีมติโยกย้าย นายราเชน ศิลปะรายะ จากอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปเป็นผู้ตรวจ
รุ่งขึ้นนายราเชนตัดสินใจยื่นใบลาออก
นายราเชนโพสต์ข้อความขอบคุณทุกกำลังใจ และน้อมรับคำสั่งผู้บังคับบัญชา
ขณะเดียวกันได้เปิดใจในรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์
บอกว่า ก่อนหน้านี้ มีโทรศัพท์จากซีอีโอ สายการบินหนึ่ง นามสกุล จ. มาขอพบ พอถึงวัน มี 3 คนมาพบบอกว่าจะมาช่วยดูงานซ่อมอากาศยาน แต่อธิบดีไม่ได้พบ เพราะมีงานที่นัดหมายล่วงหน้า และไม่รู้ว่าเป็นมิจฉาชีพหรือเปล่า
อ้างว่าเป็นเครือญาติผู้ใหญ่ด้วย จึงยังไม่ได้ให้พบ เพราะติดไปทำงานแก้ปัญหาฝุ่นที่เชียงใหม่
หลังจากนั้นมีการนัดมาใหม่ บอกเป็นหลานผู้ใหญ่ แต่อธิบดีติดภารกิจ ไปทำงานกับหน่วยงานที่เตรียมการกันไว้
เข้าใจว่านายราเชนติดใจว่าเรื่องนี้จะเป็นสาเหตุ
แต่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บอกว่า สาเหตุที่มีการโยกย้ายมาจากหลายปัจจัย
ทั้งนี้ มองว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์เกี่ยวข้องกับประชาชนรากหญ้าเป็นหลัก ต้องมีการเร่งการดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
และส่วนหนึ่งในปัจจัยดังกล่าว คือ มองว่าข้าราชการที่ใกล้เกษียณอายุ อาจทำงานได้ไม่เต็มที่ เป็นสาเหตุให้ปรับเปลี่ยน
ส่วนข่าวเกี่ยวกับหลานผู้ใหญ่ที่นายราเชนอ้างถึง นายสุริยะบอกว่า ได้สอบถามหลานแล้ว รับว่าได้โทรศัพท์ไปขอพบจริง แต่ยังไม่ได้พูดอะไรกัน
และยืนยันว่า การที่หลานไม่ได้เข้าพบอธิบดี ไม่ใช่สาเหตุของการย้ายแน่นอน
เรื่องนี้อาจจะบานปลาย เพราะข้อสันนิษฐานที่อธิบดีบอกมานั้น สุ่มเสี่ยงเหลือเกิน
เพราะตอนนี้ไม่เพียงแต่รัฐบาลเท่านั้นที่ไฟแรง เหลียวไปดูพรรคฝ่ายค้านก็ไฟแรงไม่แพ้กัน
รัฐบาลขยันในการทำงาน ฝ่ายค้านขยันในการตรวจสอบ
กรณีที่อธิบดีเข้าใจว่าเป็นเหตุ อาจจะไม่ใช่ แต่ก็คงมีการขยับเพื่อตรวจพิสูจน์กันในที่สุด
ความจริงแล้ว ช่วงนี้เป็นช่วงเริ่มต้นของการทำงาน ทุกอย่างน่าจะขับเคลื่อนไปอย่างราบรื่น
ไม่ควรจะมีอะไรมาทำให้งานสะดุด แล้วทำให้เกิดเสียศูนย์
เชื่อว่า รัฐมนตรีแต่ละคนคงตั้งใจจะสร้างผลงานเต็มกำลัง แต่คงต้องบอกบรรดาผู้อยู่แวดล้อมว่าต้องระมัดระวัง
อย่าทำอะไรที่ส่งผลกระทบ
ไม่ใช่เฉพาะกรณีกระทรวงเกษตรฯที่เป็นข่าว กระทรวงต่างๆที่รัฐบาลเริ่มขยับก็เช่นกัน
ช่วยกันระมัดระวัง กลัวรัฐบาลจะเสียศูนย์

