สถานีคิดเลขที่ 12 | ทลายความเชื่อ-ค่านิยม โดย สุพัด ทีปะลา

1.05.26 | 11:15 น.

ทำไมเด็กไทยไม่นิยมเรียนต่อ “สายอาชีวศึกษา” ยังเป็นโจทย์ใหญ่ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพราะยังไม่สามารถทลายกำแพง “ค่านิยม” ส่งลูกหลานเรียนต่อในสายสามัญศึกษาหรือระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

ทำให้ปัจจุบันสัดส่วนตัวเลขนักเรียนสายสามัญกับสายอาชีวศึกษายังอยู่ที่ 70 ต่อ 30

อาชีวศึกษาเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญขับเคลื่อนประเทศแต่ละปีภาคอุตสาหกรรมต้องการกำลังคนสายอาชีวศึกษาหลายหมื่นคน มากกว่าจำนวนเด็กที่เรียนจบ

เฉพาะเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC มีตัวเลขประมาณการความต้องการกำลังคนปี 2568-2572 ใน 5 อุตสากรรมเป้าหมายหลัก 156,879 อัตรา

ในยุคของรัฐบาลอนุทิน 2 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) บอกว่าได้วางเป้าหมาย ขยับสัดส่วนนักเรียนสายสามัญกับสายอาชีวศึกษามาอยู่ที่ 55 ต่อ 45 เพราะมีความต้องการบุคลากรสายอาชีพระดับ ปวช.และ ปวส. ราย 5 หมื่นคนต่อปี

Advertisement

เป็นความท้าทายที่ต้องผลิตคนให้ตรงกับความต้องการของระบบเศรษฐกิจ

สิ่งที่ภาคอุตสาหกรรมสมัยใหม่ต้องการคือกำลังคน แต่ด้วยบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงทุกวัน หากระบบการศึกษาไม่ปรับตัวตามก็ยังคงมีช่องว่างของทักษะใหม่

เป็นโจทย์ที่กระทรวงศึกษาธิการและอาชีวศึกษาต้องสามารถผลิตและพัฒนาคนด้านทุนมนุษย์ให้เพียงพอกับความต้องการตรงสาขา

นายประเสริฐย้ำว่า สิ่งสำคัญคือภาพลักษณ์ของอาชีวศึกษา ที่แม้จะมีความสำคัญในต่างประเทศมาก

บางสายงานเรียนจบแล้วได้เงินเดือนที่สูงกว่าคนจบปริญญาตรี

แต่เมืองไทยกลับมองอีกมุมและมีโอกาสหางานทำได้น้อยกว่า

โดยจะขับเคลื่อนผ่าน นโยบาย 3 ด้าน นโยบายที่ 1 “ได้งาน ได้เงิน ได้วุฒิ” เป็นมาตรฐานของประเทศ เข้าใจการเรียนรู้ของอาชีวะว่าคือการเรียนรู้จากการทำงานจริง

นโยบายที่ 2 “ปฏิรูปหลักสูตรให้ทันโลกเทคโนโลยี” เรื่องของปัญญาประดิษฐ์ AI Robot ความรู้ใหม่เกิดขึ้นทุกวัน

อุตสาหกรรมใหม่ก็เกิดขึ้นเช่นกัน ต้องมีการปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนอย่างรวดเร็วของภาคอุตสาหกรรม

และนโยบายที่ 3 “ยกระดับภาพลักษณ์ของอาชีวะ” ทำให้อาชีวะไม่ใช่แค่อาชีพทางเลือกแต่ต้องสร้างเส้นทางอาชีพที่ชัดเจนให้เป็นอาชีพแห่งความสำเร็จ

ในช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมา ทุกรัฐบาลพยายามส่งเสริมนโยบายการเรียนต่อสายอาชีวศึกษา แต่ก็ยังไม่สำเร็จ

แต่ละปีเปิดรับเด็กเข้าเรียนในสายอาชีวศึกษา ระดับ ปวช.-ปวส. ราว 3 แสนคน แต่มีเด็กมาสมัครเข้าเรียนเพียงกว่า 2 แสนคนเท่านั้น

ขณะที่เด็กเกือบ 5 แสนคนเรียนต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

ยิ่งเปรียบตัวเลขในภาพรวมทั้งระบบยิ่งเห็นภาพชัดเจน อย่างในปีการศึกษา 2568 ทั่วประเทศมีนักเรียน ชั้น ม.ปลาย 1.8 ล้านคน ระดับ ปวช. 5.7 แสนคน

แน่นอนว่าการจะเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีวศึกษา ถือเป็นโจทย์ยากและท้าทาย

เพราะต้องทลายความเชื่อ และค่านิยมของสังคม ที่ยังมุ่งหวังใบปริญญา

หลายคนยังติดภาพลักษณ์เดิมๆ คิดว่าเด็กที่เลือกเรียนสายอาชีวศึกษา เพราะไม่สามารถไปต่อในระดับชั้น ม.ปลายได้

หากสามารถผลักดันนโยบายให้เห็นผลเป็นรูปธรรมว่าเรียนอาชีวศึกษา แล้วมีงานทำ มีรายได้ มีอนาคต ก็อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการปรับมุมมองของสังคมได้