สถานีคิดเลขที่ 12 | ‘หนาม’ แหลม โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

3.05.26 | 12:32 น.

รัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล บริหารบ้านเมือง ยังไม่ถึง 3 เดือน

“วิมานฉิมพลี” พลิกผันไปสู่ “วิมานหนาม” อย่างรวดเร็ว

หนักหน่วงกว่าคนอื่น ก็คือ นางศุภจี สุธรรมพันธ์ุ ที่เจอ “หนามทุเรียน” ตำจนแผลอักเสบ ติดเชื้ออาการน่าห่วง

แม้จะมี “ดราม่า” มาเจือสม ให้ภาวะอักเสบ รุนแรงเกินเบอร์ไปอยู่บ้าง

แต่นายอนุทินและพรรคภูมิใจไทย ก็คงปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าที่ผ่านมาได้ทำให้ภาพของนางศุภจี พลัส 2 รัฐมนตรีคนนอก ใหญ่เกินตัวอยู่เช่นกัน

Advertisement

นางศุภจีกลายเป็น “ซุปเปอร์จี” ที่จะแก้ปัญหาอะไรก็ได้ให้กับรัฐบาลนี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อเผชิญปัญหาปุ๋ย มะพร้าว ปาล์ม มะม่วง ทุเรียน ก็เกิดสภาพ “หลุด” อย่างที่แลเห็น

สะท้อนว่าปัญหาที่แลดูพื้นๆ นั้น เอาเข้าจริงกลับสลับซับซ้อน

จะฝากความหวังเอาไว้กับ “บุคคล” เพียงคนเดียวคงไม่ได้

จำเป็นต้องมีทีมหรือองคาพยพในรัฐบาลเข้ามาเกื้อหนุนอย่างมียุทธศาสตร์ มียุทธวิธี ไม่เช่นนั้นเหนื่อย

ด้วยปัญหามันหนักหน่วงทั้งภายใน ภายนอก ทั้งที่ควบคุมได้ ควบคุมไม่ได้ จำต้องมีทีมเวิร์กช่วยกัน

ลำพัง 3 รัฐมนตรีคนนอกคงเอาไม่อยู่

รัฐมนตรีลูกเทพ รัฐมนตรีบ้านใหญ่ รัฐมนตรีตามโควต้า จะลอยตัวเฉยๆ ไม่ได้ คงต้องเข้ามา “ช่วยแบก” มากกว่านี้บ้าง

เพราะจากสิ่งที่เกิดขึ้นกับรัฐบาลตอนนี้ บ่งชี้ว่า “วิมานหนาม” ไม่ได้มีไว้สำหรับนางศุภจี เท่านั้น

หากแต่ดูเหมือนจะเปิดอ้ารับ รัฐมนตรีของรัฐบาลนายอนุทิน โดยถ้วนหน้า

มีหนามแหลมๆ อีกหลายหนาม ที่คอยทิ่มแทง ให้เจ็บปวด และพร้อมจะติดเชื้อ ให้เป็นแผลอักเสบ

อย่างเรื่อง “แลนด์บริดจ์” ที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่อวด “วิชั่น” ของรัฐบาลได้

แต่เอาเข้าจริงกระบวนการผลักดันก็ดู “หลวมๆ” ขาดความพร้อมอย่างเห็นได้ชัด

การจะผลักดันโครงการระดับล้านล้านบาท และมีผลกระทบไปทั้งโลก

มีคำถามโตๆ รัฐบาลควรทำการบ้านดีกว่านี้หรือไม่ นั้นคือสิ่งที่คนสงสัยมาก

อีกนโยบายหนึ่งที่ดูขึงขัง คือการยกเลิกเอ็มโอยู 44 ที่มากมายด้วยเทคนิค และแทคติค

แต่หลายฝ่ายก็ดูจะไม่วางใจและมีคำถาม กับเรื่องนี้อยู่มากเช่นกัน

แม้แต่กองทัพเรือ ซึ่งคงต้องมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นกับปัญหาทางทะเล

แต่ตอนนี้ กระซิบกระซาบกันกระหึ่ม เรื่องการจัดเรือฟริเกต ลำที่ 2 มูลค่ากว่าหมื่นล้าน ที่รัฐบาลนายอนุทินประกาศจะสนับสนุน “กองทัพ” เต็มที่นั้น

ตอนนี้ ด้วยภาวะรัฐบาลกระเป๋าแฟบ โครงการนี้ถูก “เลื่อน” ออกไปแล้ว

ทำเอากองทัพเรือที่มั่นอกมั่นใจก่อนหน้านี้ว่า “ฉลุย” แน่ เงื้อค้าง

แถมยังมีคำถามลอยลมเกี่ยวกับการประมูลเรือฟริเกต ที่มหาอำนาจอย่างจีน และรัสเซีย เหล่ตามองแบบไม่พอใจด้วย

กรณี คำชี้ขาดของ ป.ป.ช. กรณีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ

กรณี คำสั่งโยกย้ายอธิบดีกรมฝนหลวง

ที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลโดยตรง และนายอนุทิน โยนเป็นเรื่องขององค์กรอิสระ เป็นเรื่องของพรรคร่วม

แต่ต้องไม่ลืมว่า ปัจจัยเหล่านี้ ไปเพิ่มความแหลมคม ให้กับ “หนาม” ที่จะมาทิ่มแทง รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทินทั้งสิ้น

เพราะมันไปเชื่อมโยงเรื่องผลประโยชน์ ความโปร่งใส ที่คนวิจารณ์กันแซ่ด “ทำกันขนาดนี้เชียวหรือ”

และต้องไม่ลืมว่าอีกเรื่อง คือ “ไอ้โม่ง” น้ำมัน ที่หัวหน้าพรรคประชาชนตั้งกระทู้สดในสภา ที่นายอนุทิน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ไม่มาตอบ ก็เป็นอีกหนามอันแหลมคมด้วย

พูดง่ายๆ ตอนนี้เส้นทางอำนาจของรัฐบาล มี “หนาม” มากมายโผล่ทิ่มแทงให้เจ็บปวดเร็วเหนือคาดหมาย

เสี่ยงติดเชื้อ จนน่าอันตราย ทั้งที่ทำงานมาไม่กี่เพลาเท่านั้น