ข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศระบุเมื่อ 13 พ.ค.นี้ ว่า บริษัทขนมขบเคี้ยวญี่ปุ่น “คาลบี” (Calbee) จะเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ของสินค้าหลัก เช่น มันฝรั่งทอด ให้เป็นสีขาวดำ
สาเหตุจากความขาดแคลนวัตถุดิบบางอย่างอันเป็นผลมาจากสงครามอิหร่าน ส่งผลให้หมึกพิมพ์มีปริมาณไม่เพียงพอ
วัตถุดิบที่ว่า คือ แนฟทา (Naphtha) ที่ได้จากการกลั่นน้ำมันดิบ หรือก๊าซธรรมชาติ เป็นวัตถุดิบของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ใช้ผลิตสารเคมีและพลาสติกรวมถึง “หมึกพิมพ์” ที่ใช้บนบรรจุภัณฑ์อาหารด้วย
การเปลี่ยนแปลงนี้จะมีผลกับสินค้า 14 รายการ เริ่มจากสินค้าที่จัดส่งในวันที่ 25 พฤษภาคม
ทางบริษัทคาลบีต้องการหลีกเลี่ยงผลกระทบในวงกว้างจากการตัดสินใจครั้งนี้ จึงจำกัดการเปลี่ยนแปลงไว้เฉพาะสินค้ายอดนิยมที่มียอดขายสูง
ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นตั้งแต่การโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐและอิสราเอล ทำให้ Naphtha ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำหรับหมึกพิมพ์ขาดแคลนตามไปด้วย
คาลบีชี้ว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลาง เป็นสาเหตุของความไม่แน่นอนในการจัดหาวัตถุดิบ ขณะที่ผู้ผลิตอาหารอีกหลายรายก็กำลังเผชิญสถานการณ์คล้ายกัน
ผู้บริหารของบริษัทญี่ปุ่นระบุว่า บรรจุภัณฑ์สีสันสดใสจะรักษาไว้ได้ยากขึ้นในอนาคต บรรจุภัณฑ์อาจต้องเรียบง่ายขึ้น เช่น ใช้สีขาวดำ
ผู้ผลิตเครื่องดื่มรายหนึ่งยังตัดสินใจยกเลิกงานพิมพ์บางส่วน บนบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มโพรไบโอติก 15 รายการที่ผลิตให้แบรนด์ใหญ่ต่างๆ โดยจะเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป
ข่าวนี้บอกถึงผลกระทบจากการสู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งไม่ได้ทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซพุ่งสูงอย่างเดียว แต่ยังมีผลกระทบอื่นๆ ติดตามมาเป็นขบวนยาว
และแสดงให้เห็นถึงการปรับตัวอย่างฉับไวของธุรกิจญี่ปุ่น
ส่วนในประเทศไทย ผู้ประกอบการที่เผชิญปัญหาวัตถุดิบคล้ายๆ กัน อาจกัดฟันกลืนเลือด แบกภาระไว้ก่อน เพราะไม่อยากโยนภาระให้กับผู้บริโภค อาจถึงเวลาที่จะต้องปรับตัวไปตามสภาพ
ปัญหาวิกฤตน้ำมันจากการสู้รบในตะวันออกกกลาง เป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก ประเทศไทยเองถือว่าเป็นเบอร์ต้นๆ ของความหนักหนาสาหัส
ขนาดที่จะต้องรับมือกันด้วยการเปลี่ยนผ่าน จากการใช้น้ำมันและก๊าซที่ราคาแพง รัฐต้องควักเงินอุดหนุนเพื่อให้มีราคาที่พอรับได้ หันไปพึ่งพลังงานทดแทน จากแดด ลม
และในอนาคต อาจจะไปถึงพลังงานนิวเคลียร์ ที่เทคโนโลยีล้ำหน้าไปไกลแล้ว
ทั้งหมดนี้เพื่อใช้ผลิตไฟฟ้า ที่กำลังกลายเป็นระบบพลังงานหลักของโลก แทนเชื้อเพลิงแบบเดิม
องค์กรพลังงานระหว่างประเทศ หรือ International Energy Agency ระบุว่าโลกกำลังก้าวเข้าสู่ “ยุคแห่งไฟฟ้า” (Age of Electricity) คือยุคที่ “ไฟฟ้า” กลายเป็นศูนย์กลางของระบบพลังงานโลก แทนน้ำมันและเชื้อเพลิงฟอสซิลแบบเดิม
ประเทศไทยจะปรับตัวเดินเข้าสู่ยุคไฟฟ้า ยุคพลังงานสะอาดได้รวดเร็วแค่ไหน อย่างไร เป็นโจทย์ใหม่ที่น่าสนใจ

