ซีโร่คอร์รัปชั่น – ภายหลังคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) โดยคณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน ออกมาเปิดเผยผลสำรวจผู้บริหาร และตัวแทนภาคธุรกิจ จำนวน 401 ราย ทั่วประเทศ
ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม-10 เมษายน 2569 ในหัวข้อ “การสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ”
ซึ่งมีข้อมูลมูลค่าสินบนที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ สูงสุด 10 อันดับ เกี่ยวข้องกับ 5 กระทรวง โดยกรมควบคุมมลพิษ มีข้อเท็จจริงอ้างอิงว่า เป็นหน่วยงานที่มีมูลค่าสินบน สูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง
เป็นเหตุให้อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ยกทีมแถลงตอบโต้ข้อมูลดังกล่าวของ กกร. พร้อมกับเรียกร้องให้ กกร. ส่งข้อมูลการสำรวจดังกล่าว มาให้ภายใน 7 วัน
หากไม่เป็นความจริง หน่วยงานที่ทำการสำรวจต้องขอโทษกรมควบคุมมลพิษ ที่ทำให้องค์กรเกิดความเสียหาย กระทบต่อขวัญกำลังใจข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่
ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกมาเรียกร้องให้ กกร. ส่งผลโพลที่พาดพิงหน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เพื่อมาตรวจสอบข้อเท็จจริง
หากพบการกระทำผิดจะลงโทษบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างไม่ละเว้น แต่ถ้าข้อมูลการสำรวจไม่มีข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง หน่วยงานที่ทำโพลต้องแสดงความรับผิดชอบต่อหน่วยงานที่ถูกอ้างถึงและเกิดความเสียหายด้วย
แม้หลายฝ่ายจะเห็นต่าง กับจุดยืนและท่าทีของอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ต่อการตรวจสอบโพลสินบน ว่าหน่วยงานที่ถูกพาดพิงควรรับข้อมูลไปตรวจสอบให้เกิดความชัดเจน
มากกว่าการออกมาตอบโต้ หรือขู่ฟ้องกลับหน่วยงานที่ทำโพล หากไม่ถึงขีดสุดภาคธุรกิจย่อมไม่อยากมาเปิดเผยข้อมูลให้เกิดปัญหากับหน่วยงานภาครัฐ เพราะทั้งภาครัฐและเอกชนต้องทำงานร่วมกันอยู่แล้ว
ส่วนท่าทีของนายกรัฐมนตรี ที่เซ็นคำสั่งตั้ง คณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.) ซึ่งนายกฯนั่งเป็นประธาน คตท.เอง มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นกรรมการ ถือว่ามาถูกที่ ถูกเวลา
คตท.จะเดินหน้าให้เป็นตามนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อที่ประชุมรัฐสภา เพื่อปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ กฎหมาย และวิธีการทำงานของระบบราชการของไทยเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานของสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economic Co-operation and Development) หรือ “OECD” ให้ทันภายใน พ.ศ.2571
ประเด็นสำคัญที่ต้องผลักดันก็คือการต่อต้านการทุจริตและการสร้างความซื่อตรง (Anti-Corruption and Integrity) ขึ้นทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน ประกอบกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)
หนึ่งในอำนาจหน้าที่ของ คตท.ที่สำคัญ คือ เสนอแนะแนวทางและมาตรการในการประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชน ในการแก้ไขปัญหาการทุจริตต่อคณะรัฐมนตรี
เพื่อให้การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติการป้องกันและปราบปรามการทุจริตสู่การปฏิบัติให้บังเกิดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม และเพื่อยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทย (Corruption Perceptions Index: CPI)
ที่ต้องติดตามหลังจากนี้ คือ ผลการปฏิบัติของ “คตท.” ว่าจะเดินหน้าแก้ปัญหาทุจริตให้เป็น “ซีโร่คอร์รัปชั่น” ได้หรือไม่

