แก้รัฐธรรมนูญ – เริ่มกันอีกหน กับการแก้ไข-ยกร่างรัฐธรรมนูญ
นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล พร้อม ส.ส.พรรคภูมิใจไทยเข้ายื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ต่อประธานสภาผู้แทนฯ โสภณ ซารัมย์ ซึ่งเป็นประธานรัฐสภาด้วยเมื่อวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา ถือเป็นพรรคแรก และคาดว่าพรรคอื่นๆ จะยื่นตามมา
ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ใช้เสียง ส.ส.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ 500 คน ก็คือ 100 คน ดังนั้นพรรคที่มี ส.ส. 100 ขึ้น ไม่ต้องพึ่งพาเสียงพรรคอื่นๆ ก็มีพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน ส่วนพรรคอื่น รวมถึงเพื่อไทย ต้องขอเสียง ส.ส.พรรคอื่นมา สนับสนุนญัตติ
ประธานโสภณบอกว่าจะนำร่างบรรจุระเบียบวาระทันที หากมีพรรคอื่นยื่นมาอีก ก็จะนำมาบรรจุในระเบียบวาระการประชุมของ 2 สภาต่อไป
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2568 หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยกรณีคลิปเสียง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ว่าขัดรัฐธรรมนูญในเรื่องฝ่าฝืนจริยธรรม ทำให้ น.ส.แพทองธารพ้นตำแหน่งนายกฯ สภาต้องเลือกนายกฯคนใหม่จากแคนดิเดตของแต่ละพรรค
พรรคประชาชนเทคะแนนเลือกนายอนุทิน เป็นนายกฯ ตาม MOA หรือบันทึกข้อตกลงระหว่าง 2 พรรค ว่านายกฯอนุทินจะเป็นนายกฯ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ และยุบสภาใน 4 เดือน
แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญในปี 2568 ครั้งนั้นไม่ลุล่วง ไปได้ถึงขั้นรับหลักการ และพิจารณารายมาตราในวาระ 2 เกิดความเห็นต่างขึ้นมา เพราะทางพรรคการเมือง ต้องการแก้ไขสัดส่วนเสียง ส.ว.ในการลงมติร่างแก้ไข จาก 1 ใน 3 หรือ 67 เสียงจากจำนวนเต็ม 200 เสียง เป็นเสียงข้างมากของ ส.ส.-ส.ว. 2 สภารวมกันหรือ 700 คน
แต่ ส.ว.ไม่เห็นด้วย ทำให้นายกฯอนุทินกราบบังคมทูลให้ยุบสภาในวันที่ 12 ธ.ค.2568 จัดเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 และเข้าสภามาด้วยจำนวน ส.ส. 193 เสียง
มาถึงครั้งนี้ อุปสรรคในการแก้ไขจะเป็นไปแบบเดิมหรือไม่ คงต้องมาติดตามกัน และดูว่าพรรคการเมืองจะร่วมมือกันแก้ปัญหาอย่างไร
เรื่องที่น่าจะต้องช่วยกันคิด เพื่อเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งมีหลายเรื่องราว หลายประเด็นสำคัญ ที่ห่วงใยกันมากขึ้นเรื่อยๆ คือการทุจริตคอร์รัปชั่น
อันที่จริง รัฐธรรมนูญ 2560 มีชื่อเรียกว่า “ฉบับปราบโกง”
แต่เรื่อง “โกง” ก็ยังเป็นปัญหามาตลอด
มีผู้รู้พูดมาตลอดว่า การปราบทุจริต ต้องปราบด้วยโครงสร้าง ไม่ใช่จับผิดรายบุคคล ไล่จับกันทีละเรื่อง
แต่ต้องมีการออกแบบระบบ ไม่ให้ทุจริตตั้งแต่ต้นทาง ปรับที่โครงสร้างทางสังคม ทางกฎหมาย ที่ไม่เปิดทางให้การทุจริต
กฎหมายแม่บทคือรัฐธรรมนูญ ต้องกำหนดโครงสร้างที่ว่า เช่น ที่มาขององค์กรป้องกันปราบปราม กำหนดเรื่องความโปร่งใส การเปิดเผยข้อมูล
ถ้ามีองค์กรอิสระ ก็ต้องกำหนดที่มาให้โปร่งใส เป็นอิสระอย่างแท้จริง ซึ่งกำหนดได้ ออกแบบได้
การแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ คือการทำกฎหมายแม่บท ที่จะกำหนดทิศทางของประเทศ ให้เดินไปข้างหน้าได้อย่างแท้จริง

