หลายคนลุ้นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเสร็จหรือไม่เสร็จ
เพราะคล้ายกับมีธงมาว่าจะให้ไม่เสร็จ หรือเสร็จก็ให้มีอุปสรรคที่สุด
แต่ถึงอย่างไร ผลการประชามติครั้งที่ 1 ก็ออกมาว่า ต้องการให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และขั้นตอนต่างๆ กำลังจะเริ่ม “ตั้งไข่” อีกครั้ง 7-8 มิถุนายนนี้
เป็นฉบับแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย 1 ร่าง เป็นฉบับของพรรคประชาชน 2 ร่าง เป็นฉบับของพรรคเพื่อไทย 1 ร่าง และเป็นฉบับของพรรคประชาธิปัตย์ 2 ร่าง
หวังกันว่าทุกฉบับจะผ่านวาระรับหลักการ แต่อยากแน่ใจให้ไปติดตามวันประชุมรัฐสภากันดีกว่า
ขณะที่กำลังลุ้นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ พบว่า ยังมีร่างกฎหมายอีกฉบับที่น่าลุ้นไม่แพ้กัน
และร่างกฎหมายฉบับนี้ก็เพิ่ง “ตั้งไข่” ขึ้นมาอีกครั้งเช่นกัน
ร่างกฎหมายนั้นคือ ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ
เมื่อสัปดาห์ท้ายเดือนพฤษภาคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมสภาการศึกษา ครั้งที่ 2/2569
ที่ประชุมได้พิจารณาแต่งตั้ง “คณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจเพื่อจัดทำร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …”
มีนายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ เป็นประธาน
สำหรับคณะอนุกรรมการเท่าที่ทราบมีรายชื่อผู้รู้เข้าร่วมหลากหลาย
อาทิ นายสุภัทร จำปาทอง นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ นายไมตรี อินทร์ประสิทธิ์ นางวัฒนาพร ระงับทุกข์ นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ นายสมพงษ์ จิตระดับ นายสันติพงษ์ ช้างเผือก นายอดิศร เนาวนนท์ นายอนุชาติ พวงสำลี นายอรรถพล อนันตวรสกุล นายอำนาจ วิชยานุวัติ เป็นต้น
ถือว่า คณะอนุกรรมการชุดนี้ได้รวมเอาผู้มีความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ และมีความตั้งใจในการปฏิรูปการศึกษามาทำงาน
หากจำชื่อ อนุชาติ พวงสำลี ได้ ชื่อนี้เป็นตัวแทนของพรรคประชาชนที่เสนอเป็นแคนดิเดตรัฐมนตรีศึกษา
คราวนี้ก็มีโอกาสเข้ามาแชร์ไอเดียกับร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ โฉมใหม่ด้วย
แว่วมาว่า อนุกรรมการแต่ละคนฟิตสุด หวังว่าทุกอย่างจะราบรื่น
สำหรับเป้าหมายของการพลิกโฉม พ.ร.บ.การศึกษาฉบับใหม่ ที่ประชุมกำหนดให้เป็นกลไกยกระดับคุณภาพการศึกษาและพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ
มีแนวคิดหลักในการปฏิรูป
นั่นคือให้กฎหมายมีลักษณะ “กระชับในหลักการ ชัดเจนในกรอบแนวคิด มีความยืดหยุ่น และมีสภาพบังคับใช้ได้ในระยะยาว”
ดังนั้น ตัวร่างกฎหมายจะมีจำนวนมาตราไม่มากเกินไป แต่รองรับการพลิกโฉมการศึกษาไทยอย่างมีประสิทธิภาพ
ทราบมาว่า ก่อนหน้านี้ สภาการศึกษาแห่งชาติได้จัดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนมาแล้ว
ได้รับฟังทั้งหน่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการเอง รับฟังจากผู้ทรงคุณวุฒิ ตัวแทนพรรคการเมือง และภาคประชาสังคม
ทุกฝ่ายเห็นพ้องว่า ประเทศจำเป็นต้องมีกฎหมายการศึกษาที่ขับเคลื่อนได้รวดเร็ว ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และแก้ปัญหาการศึกษาในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างแท้จริง
อีกไม่นานหวังว่ารูปร่างหน้าตาของกฎหมายฉบับใหม่คงออกมา
ออกมาจากคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจชุดนี้
ออกมาพร้อมกับแผนการขับเคลื่อน เพื่อเสนอต่อนายประเสริฐ และคณะกรรมการสภาการศึกษาพิจารณาเห็นชอบ และผลักดันเข้าสู่สภาต่อไป
ถือได้ว่าร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาตินี้มีความพยายามผลักดันมานานพอสมควร
ไม่ทราบว่า ระหว่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ กับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
กฎหมายฉบับไหนจะเสร็จก่อนกัน

