สถานีคิดเลขที่ 12 | โจทย์ยากของรัฐบาล โดย วรศักดิ์ ประยูรศุข

11.06.26 | 10:12 น.

พรรคภูมิใจไทย ที่นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล ชนะเลือกตั้งได้ ส.ส. 192 เสียงมากสุดในยุครัฐธรรมนูญ 2560 นายอนุทินเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นสมัยที่สองเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา นับอายุรัฐบาลย่างเข้าเดือนที่สาม

ส.ส. 192 เสียง ทำให้ภูมิใจไทยเป็นพรรคแกนนำที่เข้มแข็งกว่าพรรคแกนนำอื่นๆ นับจากการเลือกตั้ง 2562, 2566 ที่ผ่านมา

การตั้งรัฐบาลที่ภูมิใจไทยเป็นแกนนำ ค่อนข้างสะดวก ไร้คู่แข่งและเลือกได้ ขณะที่พรรคใหญ่อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาชน หรือพรรคเพื่อไทยมีสภาพที่ไม่สมบูรณ์

นายกฯอนุทิน และพรรคภูมิใจไทยเข้าทำเนียบ ในสภาพที่เรียกว่า งานงอก เพราะเกิดสงครามตะวันออกกลางตามมาด้วยวิกฤตน้ำมัน

งานแรกๆ ของนายกฯอนุทิน ได้แก่ การแก้ปัญหาที่มาจากงานที่งอกขึ้นมานั่นเอง

Advertisement

ต้องออกพระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง และอีกครึ่งหนึ่ง เพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงาน

การออกพระราชกำหนดกู้เงิน ต้องฝ่าด่านการเมือง ที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้น จากฝ่ายค้าน ทั้งตั้งกรรมาธิการติดตามการใช้งบประมาณ และยื่นเรื่องไว้ที่ศาลรัฐธรรมนูญ

โจทย์ของรัฐบาลรอบนี้ ชัดเจนว่าเป็นเรื่องยากที่ประกอบด้วยปัญหาเศรษฐกิจและการเมือง

ในเรื่องเศรษฐกิจ ภาระของรัฐบาล มีทั้งแก้ไขผลกระทบและแก้ในระดับโครงสร้าง อย่างการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์เศรษฐกิจ เปลี่ยนแปลงไปสู่อุตสาหกรรมสมัยใหม่

จนถึงการเปลี่ยนผ่านพลังงานลดการใช้และนำเข้าน้ำมันและก๊าซที่ราคาแกว่งไกวไปกับสถานการณ์

ส่วนการเมือง จะเห็นว่าในระยะนี้ ถกเถียงกันเรื่องการแก้ไขและยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ให้เป็นไปตามประชามติเมื่อ 8 ก.พ.2569 และเป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ไม่ให้มีการเลือกตั้งผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง

แก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่แล้วยิ่งยากขึ้นไปอีกเกิดความเห็นไม่ลงรอยระหว่างพรรคต่างๆ

ทำให้ร่างแก้ไขที่ต้องเสนอต่อรัฐสภา แตกต่างกันไป จะไปกันยังไง จะรู้ต้นเดือน ก.ค.นี้ เพราะรัฐสภาจะต้องพิจารณาและลงมติในวาระที่หนึ่ง ว่าจะรับหลักการหรือไม่

การแก้ไขและยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่รอบนี้ เป็นไฟต์บังคับที่มาเกิดในยุครัฐบาลพรรคภูมิใจไทยพอดี การโต้แย้งอาจจะดุเดือดเอาการ ทั้งระหว่างสภาผู้แทนฯกับสภาสูง และระหว่างพรรคต่างๆ

เพราะต่างคนต่างมีธง มีเป้าหมายของตนเองมีโอกาสสูงที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงมากขึ้นได้ไม่ยาก

อีกปัญหาการเมืองของรัฐบาล คือ ศึกข้างบ้านที่ลงไม้ลงมือกันมาแล้ว 2 รอบใหญ่ๆ

ตอนนี้รัฐบาลตัดสินใจยกเลิกเอ็มโอยู 2544 แล้วไปใช้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล 1982 แทน

เพื่อเจรจาปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเล ที่จะโยงถึงแหล่งก๊าซด้วย

คาดหมายว่าจะเป็นหนังยาวอีกเรื่อง เจรจากันไปโต้แย้งกันไป

แต่จะไปจบตรงไหนยังไง ยังไม่มีคำตอบ

เศรษฐกิจและการเมืองจะเป็นปมปัญหา ให้วิเคราะห์วิจารณ์กันไปแบบยาวๆ ในห้วงเวลาต่อไปนี้