สถานีคิดเลขที่ 12 | เออร์ลี่ รีไทร์-ปฏิรูปราชการ โดย สุพัด ทีปะลา

12.06.26 | 10:05 น.
เออร์ลี่ รีไทร์-ปฏิรูปราชการ

ปฏิรูปราชการ – ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา “โครงการเออร์ลี่ รีไทร์” หรือเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด เป็นที่พูดถึงอย่างมากในแวดวงข้าราชการไทย

เมื่อ ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้สำนักงาน ก.พ. เร่งจัดทำแผนเออร์ลี่ รีไทร์ ด้วยเหตุผลที่จะนำไปสู่การลดจำนวนข้าราชการที่มีมากเกินความจำเป็น และไม่สอดคล้องกับลักษณะงานในปัจจุบัน

โดยในระยะต่อไปเมื่อสามารถปรับลดจำนวนข้าราชการได้อย่างเหมาะสมแล้ว จะเสนอให้มีการปรับโครงสร้างค่าตอบแทนและเงินเดือนใหม่ให้แก่ข้าราชการที่ยังอยู่ในระบบให้สูงขึ้น

ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ประเด็นเออร์ลี่ รีไทร์ เป็นที่สนใจในกลุ่มข้าราชการ หลังสื่อสังคมออนไลน์มีการแชร์ข้อมูล หลักเกณฑ์ คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ สิทธิประโยชน์ต่างๆ ออกมา

ทำให้สำนักงาน ก.พ.ต้องออกมาชี้แจงว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ได้ถูกจัดทำขึ้นโดยหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบ 

Advertisement

การออกมาประกาศเดินหน้าในเรื่องนี้ของรัฐบาล เป็นไปตามแผน “การปฏิรูประบบราชการ” ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายที่ นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ได้แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา

โดยจะมีทั้งมาตรการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดหรือเออร์ลี่ รีไทร์ และมาตรการอื่นที่จำเป็นเพื่อให้ภาครัฐมีขนาดเล็กลง

มุ่งเน้นเปลี่ยนบทบาทภาครัฐเป็น “ผู้อำนวยความสะดวก” ให้เหลือบทบาท “ผู้ควบคุม” เพียงเท่าที่จำเป็น ควบคู่กับการส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ Work from Anywhere

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เร่งรัดให้เกิดการเปลี่ยนผ่าน ไปสู่รัฐบาลดิจิทัลควบคู่กับการปรับระบบประเมินผลที่มุ่งเน้นผลลัพธ์และประโยชน์ที่ประชาชน

ทั้งนี้ มาตรการเออร์ลี่ รีไทร์ไม่ใช่เรื่องใหม่ อดีตที่ผ่านมาหลายรัฐบาลเคยนำมาตรการนี้ออกมาใช้แล้ว แต่ก็มีเสียงสะท้อนว่าไม่ได้นำไปสู่การลดจำนวนบุคลากรภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ     

ปัญหาหนึ่งที่มักพบเจอ คือ การสูญเสียบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งส่วนหนึ่งสมัครเข้าโครงการเพราะเบื่อหน่ายในกลไกของระบบราชการ

อ้างอิงตามตัวเลขปีงบประมาณ 2567 ของสำนักงาน ก.พ. ประเทศไทยมีบุคลากรภาครัฐอยู่ 3 ล้านกว่าคน ในจำนวนนี้เป็นข้าราชการ 1.7 ล้านคน 

และอีก 1.2 ล้านคน เป็นพนักงานจ้าง พนักงานราชการ ลูกจ้างชั่วคราว ลูกจ้างประจำ พนักงานมหาวิทยาลัย พนักงานรัฐวิสาหกิจ 

แม้ว่าการผลักดันมาตรการเออร์ลี่ รีไทร์ จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดขนาดกำลังคนภาครัฐ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการลดภาระงบประมาณด้านกำลังคนที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในทุกๆ ปี

สิ่งที่ต้องระมัดระวัง คือมาตรการปรับลดกำลังคน จะต้องไม่กระทบกลุ่ม “ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา” กลุ่ม “บุคลากรทางการแพทย์” ที่ยังมีความขาดแคลนและมีความจำเป็น

ฉะนั้นแนวทางการเดินหน้าในเรื่องนี้จึงต้องพิจารณามาตรการและหลักเกณฑ์อย่างรอบด้าน เพื่อนำไปสู่เป้าหมายลดกำลังคนภาครัฐในส่วนที่ไม่จำเป็นได้จริงๆ 

และสิ่งสำคัญต้องนำไปสู่การยกเครื่อง เพิ่มประสิทธิภาพระบบราชการ