นับว่า “ฟุตบอลโลก 2026” คราวนี้ เป็น “ฟุตบอลโลกที่แปลกประหลาด” สำหรับสังคมไทย ในรอบเกือบๆ 40 ปีที่ผ่านมา
เริ่มจากการที่ “ฟุตบอลโลก” กลายเป็น “สินค้าราคาแพง” แบบไม่มีเหตุผลมากขึ้นเรื่อยๆ
กว่าจะมีเอกชนไทยตัดสินใจซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดจากฟีฟ่า ก็อยู่ในห้วงไม่กี่ชั่วโมงสุดท้ายก่อนการฟาดแข้งนัดเปิดสนามจะบังเกิดประเดิมขึ้น
เมื่อเป็น “ของแพง” “ฟุตบอลโลก” จึงไม่ใช่ “ของฟรี” สำหรับมวลชนชาวไทยอีกต่อไป แต่เป็น “สินค้าบริการระดับเอ็กซ์คลูซีฟ” ที่ต้องจ่ายเงินดู แล้วชมกันบนแพลตฟอร์มออนไลน์ผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต มิใช่สื่อเดิมอย่างโทรทัศน์เช่นแต่ก่อน
ปรากฏการณ์ “แปลกประหลาด” ทำนองนี้ มีความสอดคล้องกับสภาพการณ์ที่เป็นจริงในรอบหลายปีหลัง
เมื่อวัฒนธรรมความบันเทิง วัฒนธรรมการดูกีฬา ในสังคมไทยและสังคมโลกร่วมสมัยเปลี่ยนแปลงไป
ฟุตบอลไม่ได้มีสถานะเป็น “กีฬามหาชน” อีกแล้ว และไม่มีกระแส “ฟุตบอลโลกฟีเวอร์-ยูโรฟีเวอร์” เกิดขึ้นมานานแล้วเหมือนกัน
แม้แต่ “ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ” ที่คล้ายจะเป็น “การแข่งขันกีฬาต่างประเทศยอดนิยม” ของบ้านเรา ก็มิได้มีจำนวนผู้ชม (ที่ยอมจ่ายเงินดูการถ่ายทอดสด) ในจำนวนมากมาย ดังที่เข้าใจกัน
ไปๆ มาๆ “พรีเมียร์ลีกอังกฤษ” และอีกหลายๆ ลีก ก็มีสถานภาพเป็นเหมือน “เครื่องมือ-สื่อกลาง” สำหรับการเล่นพนันของคนไทยมากกว่า
“ฟุตบอลต่างประเทศ” เลยกลายเป็นแค่ “ความบันเทิงเฉพาะกลุ่ม” ประเภทหนึ่ง ท่ามกลาง “ความบันเทิงอันหลากหลายมหาศาล” ซึ่งทำหน้าที่ตอบโจทย์ของผู้คนที่มีรสนิยมแยกย่อยผิดแผกแตกต่างกันไป
ด้วยเหตุนี้ “ฟุตบอลโลก” จึงไม่มีพลังจะชี้นำหรือเหนี่ยวรั้งสังคมอีกแล้ว
สวนทางกับความคิดความเชื่อของหลายๆ คนเมื่อหลายปีก่อน ที่มองว่า “ฟุตบอลโลก” หรือมหกรรมกีฬานานาชาติต่างๆ มีพลังมากพอจะทำให้ทุกสังคมทั่วโลก รวมทั้ง “สังคมไทย” เกิดอาการ “หยุดเคลื่อนไหวชั่วคราว”
พูดอีกแบบ คือ เคยมีคนเชื่อกันว่า ปัญหาความขัดแย้งวุ่นวายทางสังคม การเมือง เศรษฐกิจต่างๆ สามารถ “ถูกกดปุ่มพอส” ลงชั่วขณะ ในช่วงเวลาราวๆ หนึ่งเดือนที่มีการแข่งขัน “ฟุตบอลโลก”
อย่างไรก็ตาม เมื่อ “ฟุตบอลโลก” สิ้นมนต์ขลังดังกล่าวไปเสียแล้ว ก็หมายความว่าประชาชนจำนวนมากในสังคมจะมิได้ “หลบลี้หลีกหนีความจริง” เข้าไปจมดิ่งนิ่งชะงักอยู่ในโลกของการฟาดแข้งบนสนามหญ้าหน้าจอโทรทัศน์
เช่นเดียวกับบรรดาผู้มีอำนาจ ซึ่งไม่อาจจะกลบเกลื่อนปัญหาต่างๆ ที่ตนเองต้องรับผิดชอบต่อสาธารณชนด้วย “ฟุตบอลโลก” อีกต่อไป
“สังคมไทยร่วมสมัย” ก็หลีกไม่พ้นจาก “ความเป็นจริง” ข้อนี้



