วันที่ 15 มิถุนายน เป็นวันแรกที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจะพิจารณาคดีการกล่าวหาว่าการเลือกสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันมีการฮั้ว
ก่อนหน้านี้ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน และประธานวิปฝ่ายค้านได้เปิดคลิปเหตุการณ์หนึ่งในช่วงเลือก ส.ว. พร้อมตั้งคำถาม
คำถามเกี่ยวกับโพย และคำถามเกี่ยวกับคำพูดของ กกต.
สุดท้ายนายพริษฐ์เสนอแนะให้ กกต.พิจารณาคำร้องดังกล่าว และส่งศาลพิจารณา
ต่อมาเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน นายพริษฐ์แถลงอีกครั้ง
เสนอเหตุผล 4 ข้อที่ กกต.ควรส่งคำร้องดังกล่าวให้ศาลพิจารณา
หนึ่ง ในมุมมองของนายพริษฐ์เห็นว่ามีหลักฐานในสำนวนแน่นหนาและชัดเจน จากข้อมูลที่รวบรวมได้ พบหลักฐานสถิติการลงคะแนนที่เป็นกลุ่มตัวเลขเดียวกันอย่างผิดธรรมชาติ สอดคล้องกับโพยตัวเลข การนัดหมายตามโรงแรม อุปกรณ์ที่แจก คลิปเสียง
ที่สำคัญที่สุดคือ เส้นทางการเงิน ที่เชื่อมโยงกลุ่มบุคคลชัดเจน
สอง ตั้งข้อสังเกตกรณี กกต.ตั้งคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ขึ้นมา ทั้งที่คณะอนุฯเดิมมี 35 คณะ
และผลการพิจารณาของคณะอนุฯชุดที่ 36 แตกต่างจากคณะไต่สวนชุดที่ 26
สาม เป็นมุมมองที่มองที่มาของ กกต. 4 ใน 7 คน ได้รับการรับรองให้เข้าสู่ตำแหน่งโดย ส.ว. ชุดปัจจุบันที่กำลังถูกตรวจสอบ
และสี่ ตอกย้ำข้อกังขาเรื่องการอนุญาตให้นำโพยเข้าสถานที่เลือก ส.ว.
พร้อมตั้งคำถามเพิ่มเติมว่า กกต.ที่ยึดโพยในวันนั้น ได้นำเอาโพยเหล่านี้ไปขยายผล และเก็บรักษาไว้เป็นหลักฐานหรือเปล่า
ทั้งนี้ นายพริษฐ์มองว่า กกต.มีทางเลือกตัดสินใจ 3 แนวทาง
หนึ่ง เห็นชอบตามคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ที่มีความเห็นให้ส่งฟ้องผู้ถูกร้องทั้งหมด
สอง เห็นชอบตามคณะอนุฯ ชุดที่ 36 ที่มีความเห็นให้ยกคำร้องทั้งหมด
หรือ สาม ส่งฟ้องเฉพาะบางคนและยกคำร้องบางคน
แนวทางนี้ นายพริษฐ์ตั้งข้อสังเกตว่าอาจทำให้สังคมเกิดความกังวลว่า เรื่องปกป้องใครคนใดบ้างหรือไม่แค่ไหน
คดีฮั้วเลือก ส.ว.นี้ เป็นคดีดังที่อยู่ในกระบวนการการพิจารณา
คาดว่า กกต.จะสามารถสรุปผลได้ภายในเดือนกันยายน ภายใต้ความเห็นที่แตกต่างกันว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏนั้นผิดกฎหมายหรือไม่
การที่ กกต.อนุญาตให้นำโพยเข้าไปในการเลือกด้วยเหตุผลว่ากลัวลืม
การที่มีข้อกล่าวหากลับว่า ยังมีการใช้วิธีการคล้ายคลึงกันนี้กับผู้สมัคร ส.ว.คนอื่นๆ ด้วย
การกระทำดังกล่าวนี้ผิดกฎหมาย หรือว่ากฎหมายไม่ได้ห้ามไว้ จึงทำได้
เชื่อว่าคดีนี้นายพริษฐ์น่าจะมีคลิปมากกว่า 1 คลิป หรืออาจจะมีเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวข้องอีก
ดังนั้น ทั้งพยาน หลักฐาน ข้อกฎหมาย รวมถึงผลการวินิจฉัย จึงน่าสนใจ
น่าสนใจ เพราะคดีนี้มีผลต่อสถาบันวุฒิสภา สถาบันทางนิติบัญญัติที่ดูแลการออกกฎหมายที่มาบังคับใช้กับคนไทยทุกคน
น่าสนใจ เพราะคดีนี้ผู้ถูกร้องมีชื่อตัวมีตนอยู่ในซีกรัฐบาล ซึ่งมีส่วนในการบริหารราชการแผ่นดินเป็นผู้ถูกกล่าวหา
และน่าสนใจว่า จากพยานหลักฐานที่มี และคำร้องที่ปรากฏ
สรุปจบท้ายแล้ว การทำเช่นนี้ผิดกฎหมายหรือไม่
และผู้ที่สมควรจะพิจารณาว่าผิดกฎหมายหรือไม่ควรจะเป็นใคร
นฤตย์ เสกธีระ
[email protected]

