เกาะติดคดีฮั้ว ส.ว. : สถานีคิดเลขที่ 12 โดย นฤตย์ เสกธีระ

16.06.26 | 10:03 น.
เกาะติดคดีฮั้ว ส.ว.

 วันที่ 15 มิถุนายน เป็นวันแรกที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจะพิจารณาคดีการกล่าวหาว่าการเลือกสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันมีการฮั้ว

 ก่อนหน้านี้ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน และประธานวิปฝ่ายค้านได้เปิดคลิปเหตุการณ์หนึ่งในช่วงเลือก ส.ว. พร้อมตั้งคำถาม

 คำถามเกี่ยวกับโพย และคำถามเกี่ยวกับคำพูดของ กกต.

 สุดท้ายนายพริษฐ์เสนอแนะให้ กกต.พิจารณาคำร้องดังกล่าว และส่งศาลพิจารณา

 ต่อมาเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน นายพริษฐ์แถลงอีกครั้ง

Advertisement

 เสนอเหตุผล 4 ข้อที่ กกต.ควรส่งคำร้องดังกล่าวให้ศาลพิจารณา

 หนึ่ง ในมุมมองของนายพริษฐ์เห็นว่ามีหลักฐานในสำนวนแน่นหนาและชัดเจน จากข้อมูลที่รวบรวมได้ พบหลักฐานสถิติการลงคะแนนที่เป็นกลุ่มตัวเลขเดียวกันอย่างผิดธรรมชาติ สอดคล้องกับโพยตัวเลข การนัดหมายตามโรงแรม อุปกรณ์ที่แจก คลิปเสียง

 ที่สำคัญที่สุดคือ เส้นทางการเงิน ที่เชื่อมโยงกลุ่มบุคคลชัดเจน

 สอง ตั้งข้อสังเกตกรณี กกต.ตั้งคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ขึ้นมา ทั้งที่คณะอนุฯเดิมมี 35 คณะ

 และผลการพิจารณาของคณะอนุฯชุดที่ 36 แตกต่างจากคณะไต่สวนชุดที่ 26

 สาม เป็นมุมมองที่มองที่มาของ กกต. 4 ใน 7 คน ได้รับการรับรองให้เข้าสู่ตำแหน่งโดย ส.ว. ชุดปัจจุบันที่กำลังถูกตรวจสอบ

 และสี่ ตอกย้ำข้อกังขาเรื่องการอนุญาตให้นำโพยเข้าสถานที่เลือก ส.ว.

พร้อมตั้งคำถามเพิ่มเติมว่า กกต.ที่ยึดโพยในวันนั้น ได้นำเอาโพยเหล่านี้ไปขยายผล และเก็บรักษาไว้เป็นหลักฐานหรือเปล่า

 ทั้งนี้ นายพริษฐ์มองว่า กกต.มีทางเลือกตัดสินใจ 3 แนวทาง

 หนึ่ง เห็นชอบตามคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ที่มีความเห็นให้ส่งฟ้องผู้ถูกร้องทั้งหมด

 สอง เห็นชอบตามคณะอนุฯ ชุดที่ 36 ที่มีความเห็นให้ยกคำร้องทั้งหมด

 หรือ สาม ส่งฟ้องเฉพาะบางคนและยกคำร้องบางคน

 แนวทางนี้ นายพริษฐ์ตั้งข้อสังเกตว่าอาจทำให้สังคมเกิดความกังวลว่า เรื่องปกป้องใครคนใดบ้างหรือไม่แค่ไหน 

 คดีฮั้วเลือก ส.ว.นี้ เป็นคดีดังที่อยู่ในกระบวนการการพิจารณา

 คาดว่า กกต.จะสามารถสรุปผลได้ภายในเดือนกันยายน ภายใต้ความเห็นที่แตกต่างกันว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏนั้นผิดกฎหมายหรือไม่

 การที่ กกต.อนุญาตให้นำโพยเข้าไปในการเลือกด้วยเหตุผลว่ากลัวลืม

 การที่มีข้อกล่าวหากลับว่า ยังมีการใช้วิธีการคล้ายคลึงกันนี้กับผู้สมัคร ส.ว.คนอื่นๆ ด้วย

 การกระทำดังกล่าวนี้ผิดกฎหมาย หรือว่ากฎหมายไม่ได้ห้ามไว้ จึงทำได้

 เชื่อว่าคดีนี้นายพริษฐ์น่าจะมีคลิปมากกว่า 1 คลิป หรืออาจจะมีเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวข้องอีก

 ดังนั้น ทั้งพยาน หลักฐาน ข้อกฎหมาย รวมถึงผลการวินิจฉัย จึงน่าสนใจ

 น่าสนใจ เพราะคดีนี้มีผลต่อสถาบันวุฒิสภา สถาบันทางนิติบัญญัติที่ดูแลการออกกฎหมายที่มาบังคับใช้กับคนไทยทุกคน

 น่าสนใจ เพราะคดีนี้ผู้ถูกร้องมีชื่อตัวมีตนอยู่ในซีกรัฐบาล ซึ่งมีส่วนในการบริหารราชการแผ่นดินเป็นผู้ถูกกล่าวหา

 และน่าสนใจว่า จากพยานหลักฐานที่มี และคำร้องที่ปรากฏ

 สรุปจบท้ายแล้ว การทำเช่นนี้ผิดกฎหมายหรือไม่

 และผู้ที่สมควรจะพิจารณาว่าผิดกฎหมายหรือไม่ควรจะเป็นใคร

นฤตย์ เสกธีระ
[email protected]