ซ้ำ-ซ้ำ ซาก-ซาก

21.06.26 | 12:30 น.

ซ้ำ-ซ้ำ ซาก-ซาก

“24 มิถุนายน” จะมาถึงอีกไม่กี่วันข้างหน้า

หลีกเลี่ยงอย่างไร ก็คงไม่อาจพ้นข้อสรุปเป็นแพตเทิร์น “ซ้ำๆ ซากๆ” แบบเดิมอีกครั้งไปได้

นั่นก็คือ แม้เราผ่านการเปลี่ยนแปลงการปกครอง “24 มิถุนายน 2475” มา 94 ปีแล้ว

แต่ความเป็น “ประชาธิปไตย” ของไทย ก็ดูเหมือนจะไม่ไปไหน

Advertisement

เพียงแค่ หลัก 6 ประการ ที่ คณะราษฎร วางไว้

และ AI ที่เป็นของ “คนต่างด้าว ท้าวต่างแดน” ไม่ใช่ TH-AI (ฮา) สรุปไว้ให้

เอกราช: จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่น เอกราชในบ้านเมือง ในทางศาล และในทางเศรษฐกิจของประเทศไว้ให้มั่นคง

ปลอดภัย: จะรักษาความปลอดภัยในประเทศให้การประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลงให้มาก

เศรษฐกิจ: จะบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ และวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติเพื่อไม่ให้ราษฎรอดอยาก

ความเสมอภาค: จะให้ราษฎรมีสิทธิเสมอภาคกัน ไม่ให้คนพวกหนึ่งมีสิทธิเหนือกว่าคนอื่น

เสรีภาพ: จะให้ราษฎรมีเสรีภาพ มีความเป็นอิสระ

การศึกษา: จะให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎรทุกระดับชั้น

ปรากฏว่านอกจากไม่บรรลุผลแล้ว ยังมีแนวโน้มถอยหลัง ด้วย

และต้องซ้ำซาก อีกหน่อยว่า แม้ว่าคนไทยจะออกเสียงประชามติ เมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ด้วยคะแนนเสียงเกินครึ่ง คือ 21,621,638 คะแนน (คิดเป็น 60.16%) เห็นชอบ ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

แต่การขับเคลื่อนก็เป็นไปอย่างติดๆ ขัดๆ

จนไม่อาจคาดหวังได้ว่า เราจะได้รัฐธรรมนูญ ที่เป็น ประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ได้

แถม อาจเป็นเรื่อง “ตลกร้าย” ที่เผลอๆ อาจจะต้องมีแคมเปญรณรงค์ ให้ประชาชนลงประชามติ คว่ำรัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นใหม่ เพราะมีสัญญาณของความบิดเบี้ยว จนไม่อาจรับได้

ซึ่งก็มีแนวโน้มสูงที่เป็นเช่นนั้น เพราะเพียงแค่ ขบวนการเริ่มต้นเพื่อออกแบบ “สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ” (ส.ส.ร.) ก็ดูไม่อาจเชื่อมโยงไปถึงประชาชนโดยตรงได้

แถมยังมีโจทย์ใหม่เพิ่มความสลับซับซ้อนเข้าไปอีก

อย่างตอนนี้มีคำว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” เข้ามาเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะชี้นำทิศทางของรัฐธรรมนูญใหม่

จะยอมรับ หรือปฏิเสธ วาทกรรม ระบอบสีน้ำเงิน ว่ามีอยู่จริงหรือไม่ก็ตาม

แต่ สิ่งที่จับต้องได้ตอนนี้ นั่นก็คือ การที่พรรคแกนนำสำคัญของรัฐบาล คือพรรคภูมิใจไทย พยายามกำหนดและควบคุมทิศทาง การออกแบบ “รัฐธรรมนูญใหม่” อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ภายใต้ธงนำ “อนุรักษนิยม” เข้มข้น

โดยมี กลไกแนวร่วมไม่ว่า วุฒิสภา องค์กรอิสระ เป็นกองหนุนเสริม อันมากด้วยประสิทธิภาพ

ไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายต่างๆ เข้ามา “กินแบ่ง”

โดยเฉพาะฝ่ายที่ถูกมองเป็นพวกหัวก้าวหน้า หรือเสรีนิยมอย่างพรรคประชาชน

แม้แต่ฝ่ายเดียวกันเอง และเป็นพรรคร่วมรัฐบาล อย่างพรรคเพื่อไทย ก็ถูก “หัก” กลางลำ

จนไม่สามารถนำเสนอแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่ต้องการได้

ต้องกลับไปตั้งลำใหม่ ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือไม่

เพราะพรรคแกนนำรัฐบาล ที่ถูกแขวนป้ายเป็น “ระบอบสีน้ำเงิน” ไม่ยอม

ยิ่งเมื่อต้องเผชิญกับปัญหาทางการเมืองหนักหน่วง และเร็วเกินคาด

จึงต้องปรับขบวนกันยกใหญ่ เพื่อไม่ให้จมดิ่งกลับ “วิกฤตศรัทธา” ที่มากขึ้นทุกที

ซึ่งแน่นอน “รัฐธรรมนูญ” ซึ่งเป็น “แม่บท” สำคัญจะต้องอยู่ภายใต้การกำกับทิศทางตามที่ “ระบอบสีน้ำเงิน” ต้องการอย่างเข้มข้น

ไม่ยอมให้ ขั้วอำนาจอื่นมา “แบ่ง” หรือ “แย่ง” แน่นอน

รัฐธรรมนูญใหม่ที่ควรเป็น “มติร่วมกัน” เพื่อก้าวไปสู่การเป็นประชาธิปไตยอันสมบูรณ์

จึงไม่น่าจะเกิดขึ้นได้จริงในห้วงครบรอบการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 94 ปีนี้

24 มิถุนายน คงจะผ่านมาและผ่านไป

ซ้ำๆ ซากๆ อยู่เช่นนี้ไปอีกหลายปี

สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร