สถานีคิดเลขที่ 12 | ความเสี่ยงของรัฐบาล โดย ปราปต์ บุนปาน

22.06.26 | 13:00 น.

ไม่มีใครปฏิเสธว่า “รัฐบาลภูมิใจไทย-อนุทิน 2” กำลัง “ทำงาน” กันอยู่

ทั้ง “ทำงาน” บริหารราชการแผ่นดิน เพื่อกระตุ้น-แก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ทุกคนยอมรับว่ายังคงเซื่องซึม โดยเฉพาะในระดับฐานราก “ทำงาน” สะสางความวุ่นวายฟอนเฟะนานัปการที่แฝงตัวอยู่ในระบบราชการไทย

“ทำงาน” เดินสายพบปะผู้นำต่างประเทศ รวมถึง “ทำงาน” ผลักดันเมกะโปรเจ็กต์ต่างๆ ในลักษณะ “โยนหินถามทาง” แต่ยังไม่เห็นวี่แววความสำเร็จชัดเจน

อีกด้าน ก็ต้องยอมรับว่าพรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำรัฐบาล กำลัง “ทำงานการเมือง” เพื่อตนเอง

ผ่าน “กลเกมการเมือง” ที่อาจไม่ได้ใสสะอาดผุดผ่องร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เป็น “เกมการเมือง” เพื่อปกป้องพรรค คนสำคัญของพรรค ในยามพลาดท่าเสียที-สูญเสียเครดิตทางการเมือง

Advertisement

เรื่องนี้ก็เป็น “ความจริงทางการเมือง” ที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ เพื่อรักษาสถานะ-อำนาจของผู้นำ ส่วนใครจะชอบไม่ชอบ เห็นด้วยเห็นต่าง นั้นเป็นอีกประเด็นหนึ่ง

อย่างไรก็ดี เมื่อเวลาผันผ่านไปเรื่อยๆ ความท้าทายที่สำคัญกว่าสำหรับรัฐบาลชุดนี้ คือ การประเมิน
ผลงานรัฐบาลโดยผู้คนและกลุ่มก้อนต่างๆ ในสังคม

โจทย์หลักในการประเมินมีอยู่ว่า “งาน” ที่รัฐบาลภูมิใจไทยทุ่มเทแรงกายแรงใจลงไปนั้น คือ งานที่ทำเพื่อใคร? หรือใครคือกลุ่มเป้าหมายหลักสูงสุดที่รัฐบาลมุ่งทำงานตอบสนอง?

โดยอุดมคติของสังคมประชาธิปไตย รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจำเป็นต้องทำงานเพื่อสรรค์สร้างประโยชน์สุขให้ “ประชาชน” ทุกกลุ่ม เป็นเป้าหมายสำคัญ

รัฐบาลอนุทิน 2 ต้องเร่งพิสูจน์หรือตอบคำถามให้ได้อย่างชัดเจนว่า พวกตนกำลังทำงานเพื่อเป้าหมายสำคัญเป้าหมายนี้อยู่บ้างหรือไม่ มากน้อยแค่ไหน และมีแนวโน้มความสำเร็จเป็นอย่างไร

สำหรับในบริบทเฉพาะของสังคมการเมืองไทย รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง อาจต้องฟังเสียง “รัฐไทย” เยอะและบ่อยเสียหน่อย (ไม่ว่าจะเรียกขานว่า “รัฐพันลึก” หรือ “รัฐราชการ” ก็ตาม) เพื่อประคับประคองเสถียรภาพทางการเมืองของตนเอง

ปัจจัยประการนี้ก็หลีกเลี่ยงได้ยากเช่นกัน และเป็นเรื่องที่สาธารณชนพอจะ “ยอมรับความจริง” กันได้

ทว่า รัฐบาล (ไม่ว่าชุดใดคณะไหน) จะตกอยู่ในสถานะ “สุ่มเสี่ยง” ทันที หากเสียงประเมินของสาธารณชนหลายกลุ่มมีความเห็นสอดคล้องต้องตรงกันว่า รัฐบาลชุดนั้นพยายามทุ่มเทสรรพกำลังใน “การทำงาน” ทั้งหมด เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของ “นักการเมือง” เพียงพรรคเดียว กลุ่มเดียว หรือคนเดียว

ถ้าเสียงประเมินดังกล่าว “ก้องดัง” ขึ้นเรื่อยๆ ได้รับการ “ขานรับ” มากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็น “กระแสหลัก” ของสังคมเมื่อใด

เมื่อนั้นย่อมถึงเวลา “นับถอยหลัง” ของรัฐบาลอย่างเต็มตัว

ได้แต่หวังว่า รัฐบาลภูมิใจไทยที่มีประสบการณ์สูงในทางการเมือง จะไม่ทำให้ “วันนั้น” เดินทางมาถึงเร็วเกินไป