สถานีคิดเลขที่ 12 : รธน.ยังลอยนวล
ข่าวคราวตัวแทนของรัฐสภาเข้าหารือกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 3 คน เรื่องคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่สะท้อนให้เห็น “ความเห็น”
เป็นความเห็นที่มาจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอันเดียวกัน แต่อาจมีมุมมองที่แตกต่างกัน
คำว่า “รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง” นั้น หลายคนเข้าใจว่าห้ามประชาชนเข้ามาเกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เลย
แต่สำหรับผลการหารือล่าสุดกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 3 คน ทางตัวแทนของฝ่ายรัฐสภาบอกว่า สามารถจัดเลือกตั้ง ส.ส.ร.ได้
ส่วนที่ไม่ได้คือ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
เข้าใจว่า การหารือในวันนั้นมองว่า ส.ส.ร.ไม่ได้เป็นผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญ จึงสามารถมาจากการเลือกตั้งได้
หากแต่ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ คือ ผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญ จึงไม่อาจให้ประชาชนเลือกโดยตรง
ถ้อยคำหารือดังกล่าวทำให้พรรคการเมืองแต่ละพรรคต้องกลับไปทบทวน
อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้เห็นว่า หากบัญญัติให้ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้ง แล้วศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมากมองว่า ส.ส.ร.ไม่สามารถมาจากการเลือกตั้งได้ บรรดาผู้เสนอกฎหมายจะมีความผิด
เพราะสถานการณ์ปัจจุบัน อะไรๆ ก็สามารถ “กัดเซาะบ่อนทำลาย” การปกครองในระบอบประชาธิปไตยได้ทั้งนั้น
จึงไม่ทราบว่า เมื่อถึงเวลามีผู้ยื่นคำร้อง บรรดาผู้ยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยบัญญัติให้เลือกตั้ง ส.ส.ร.จะซวยหรือเปล่า
นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปรัฐบาล มีความเห็นว่าเสี่ยง เพราะ “ความเห็น” ของตุลาการ 3 คน ไม่ใช่ “คำวินิจฉัย” ของศาลรัฐธรรมนูญ
ตอกย้ำว่าโอกาสที่คนไทยจะเข้าไปมีส่วนร่วมในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยากเหลือเกิน
โอกาสที่จะไม่ได้เลือก ส.ส.ร.มีมากกว่าจะได้เลือก
ยิ่งพิจารณาจากวิธีการเลือก ส.ส.ร. และกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ ยิ่งเห็นชัดว่า ต้องเป็นคนของ ส.ส. หรือ ส.ว.
ยังไม่ทราบว่าคนไทยจะมีส่วนร่วมกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ด้วยวิธีใด
หากเปิดให้แสดงความคิดเห็น จะมีคนของ ส.ส.และ ส.ว.สักกี่คนที่จะนำเอาความคิดเห็นของประชาชนไปบัญญัติเป็นกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ผลการทำประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ กำหนดให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพียงแต่ไม่รู้อีกกี่วันกี่ปีจึงจะมีรัฐธรรมนูญฉบับนั้น
อาการไร้อนาคตดังกล่าวทำให้ไม่ใคร่มีผู้คาดหวังกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
แม้จะรู้ว่าปัญหาหลายอย่างที่ทำให้ประเทศชาติเดินหน้าไปไม่สะดวกก็เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้
แม้จะมีความพยายามผลักดันให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แต่ก็ดูจะไร้อนาคต
ความคืบหน้า คือ คนไทยมีประชามติให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
คืบหน้าไปอีกคือพรรคการเมืองต่างๆ ส่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสภาแล้ว
ยังคืบหน้าอีกว่ามีการหารือกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพื่อปิดช่องที่จะทำผิดกฎหมาย
แต่ “ความเห็น” สู้ “คำวินิจฉัย” ไม่ได้
พรรคภูมิใจไทยเกรงว่าจะแพ้ฟาวล์ พรรคเพื่อไทยเสียงแตกเป็น 2 ฝ่าย เพราะที่ผ่านมาโดนมาเยอะ
แม้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีหลายอย่างทำให้ประเทศไม่เจริญ
แม้คนไทยจะลงประชามติด้วยเสียงท่วมท้นให้ยกร่างใหม่
แต่จนบัดนี้ก็ยังทำอะไรไม่ได้มาก
รัฐธรรมนูญยังลอยนวล
ยังพร้อมขัดขวางการเติบโตของประเทศชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ



