สถานีคิดเลขที่ 12 | ปรับการเมือง-เศรษฐกิจ โดย วรศักดิ์ ประยูรศุข

25.06.26 | 12:52 น.

ปีนี้ครบรอบ 94 ปี ของการเปลี่ยนแปลงเมื่อ 24 มิ.ย.2475 นับไปอีก 6 ปี ในวันที่ 24 มิ.ย.2575 ประชาธิปไตยประเทศไทย จะครบ 100 ปี

ถึงปีนั้น หรือ พ.ศ.2575 หรือ ค.ศ.2032 สภาพบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร จะเป็นประชาธิปไตยแบบไหน แนวไหน ต้องใช้จินตนาการขบคิดกันมากหน่อย

หรือจะใช้ AI มาช่วยคิดช่วยวิเคราะห์ อาจจะง่ายมากขึ้น

โดยทิศทางของวิทยาศาสตร์สังคม สิทธิเสรีภาพของประชาชน จะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น

อาจจะเป๋ไปเป๋มา เลี้ยวเข้าซอยมืดบ้าง แต่สุดท้ายก็ต้องกลับสู่ “ถนนใหญ่”

Advertisement

เหมือนที่เกิดในบ้านเมืองของเรา ที่มุดซอย ตันบ้างไม่ตันบ้าง มีรัฐประหารบ่อย เปลี่ยนรัฐธรรมนูญมาถึงฉบับที่ 20 แล้ว

แต่เสร็จเรื่อง ก็ต้องคืนอำนาจให้ประชาชนไปเลือกตั้ง ร่างรัฐธรรมนูญกันใหม่ วนเวียนไปอย่างนี้

จะคืนเร็วคืนช้า แล้วแต่ว่าจะมีจิตเจตนาต่อการเมืองอย่างไร

หลังๆ เกิดมีเสียงว่า รัฐประหารแล้ว “เสียของ” เลยยึดใหม่แล้วเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ กำหนดกรอบการเมืองตามแนวคิด

ส่งผลให้รัฐธรรมนูญฉบับหลังแก้ยากแก้เย็น

ที่แก้ยาก ไม่ใช่อุบัติเหตุ เพราะถ้าย้อนกลับไปดูตอนยกร่าง กว่าจะได้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีการ “ตีตก” ร่างฉบับแรก

แล้วตั้งกรรมการชุดใหม่ มาร่างกันใหม่ จนสำเร็จเรียบร้อย แล้วทำประชามติล็อกเอาไว้ ใครอยากแก้ ให้ทำประชามติถามความเห็นประชาชนก่อน

เลือกตั้งครั้งหลังสุด เมื่อ 8 ก.พ.2569 จึงมีการทำประชามติ ถามความเห็นประชาชน

ประชาชน 21 ล้านคนเศษ เห็นว่า ควรจะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ มาแทนฉบับ 2560

เสียงเห็นชอบ 21 ล้านเสียง เป็นเสียงธรรมชาติ หรือ Organic มาก

เพราะก่อนลงประชามติ ไม่ได้มีการรณรงค์อะไรกันมากนัก เพราะเป็นประชามติที่ทำพร้อมเลือกตั้ง

พรรคต่างๆ ทุ่มเทสมาธิไปที่การหาเสียงเลือกตั้ง มุ่งจะให้มี ส.ส.ในสภาเยอะๆ หน่วยงานก็ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับประชามติมากนัก

แต่ถึงกระนั้น ประชาชนก็มาลงประชามติกันมาก

เป็นอันว่าเจตนารมณ์ของประชาชนชัดเจน ว่าอยากให้เปลี่ยนแปลงกันเสียที ส่วนฝ่ายที่ไม่อยากให้เปลี่ยนแปลง ก็ชัดเจนเช่นกัน

ทีนี้ก็ต้องมาวัดกันว่า กระแสความต้องการ และความจำเป็นของสังคมต้องการอย่างไร

ต้องยอมรับว่า ประเทศจะก้าวไปข้างหน้าได้ ต้องปรับตัวให้ทันกับมาตรฐานของโลกในทุกด้าน

ทั้งสังคม เศรษฐกิจ การเมือง กฎหมายและเทคโนโลยี ซึ่งในหลายๆ เรื่อง จะต้องมีการปรับเปลี่ยนในระดับยกเครื่องหรือระดับโครงสร้าง

และในระยะ 4-5 ปีมานี้ มีการพูดถึงเรื่องนี้กันมาก เพราะไทยลดอันดับของตัวเองลงไปมาก

การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องลงมือทำ ถ้าต้องการพลิกสถานการณ์ของประเทศ

รัฐบาลเพิ่งประกาศเป้าหมาย นำประเทศพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูงภายใน 12 ปี หรือภายในปี 2581

การจะไปถึงจุดที่ว่านี้ได้ ใช่ว่านอนหลับฝันดี ตื่นขึ้นมาทุกอย่างจะเปลี่ยนไป แต่ต้องทุ่มเทคิดและทำ ต้องปรับปรุงในระดับโครงสร้างหลายเรื่อง

ต้องไล่เรียงกันตรงไปตรงมาว่า เพื่อจะไปสู่เป้าหมายดังกล่าว อุปสรรคและปัจจัยสนับสนุนมีอย่างไรบ้าง

ที่สำคัญคือ การเมืองและเศรษฐกิจ ต้องไปด้วยกัน