เมื่อกล่าวถึง “ผี”
ส่วนใหญ่ เราจะมองในไปทางร้าย
ผี (ร้าย) คือวิญญาณที่มีความพยาบาท หิวโหย ดุร้าย มักให้โทษ หลอกหลอน และสร้างความเดือดร้อนให้คนไปทั่ว
ตัวอย่างผีร้าย ก็อาทิ ผีเปรต วิญญาณที่ต้องชดใช้กรรม มีรูปร่างสูงใหญ่และหิวโซ คอยร้องขอส่วนบุญ
ผีปอบ-ผีฉมบ-จะกละ-กระสือ-กระหัง ก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้
รวมถึงผีตายโหงวิญญาณที่ตายด้วยความรุนแรงหรือตายไม่เป็นธรรมชาติ มักมีความอาฆาต ดุร้าย หลอกหลอนและทำร้ายคน
อย่างไรก็ตาม ผีไม่ใช่มีแต่ผีร้าย
มี “ผีดี” ด้วย
ผีดีคือวิญญาณที่ไม่มีเจตนาร้าย ไม่หลอกหลอนผู้คน และมักให้ความคุ้มครองหรือช่วยเหลือคน
เช่น ผีบรรพบุรุษ ญาติผู้ใหญ่ที่ล่วงลับไปแล้ว คอยปกป้องดูแลลูกหลานให้อยู่เย็นเป็นสุข
ผีเจ้าที่ ผีศาลพระภูมิ ที่ดูแลสถานที่ ต้นไม้ หรือบ้านเรือน ช่วยเหลือผู้คนยามตกทุกข์ได้ยาก เป็นต้น
เมื่อกล่าวถึง “ผีดี” แล้ว
น่าจะรวมถึง “ผีตาโขน” ด้วย
เมื่อไม่กี่วันก่อน นายอนุทิน ชาญวีรกูล เพิ่งไปร่วม “ประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน” ที่ อ.ด่านซ้าย จ.เลย
นอกจากนายอนุทินจะสวมหน้ากากผีตาโขนโชว์ครึกครื้น และประกาศเป็น “ผีตาหนู” แล้ว
ยังเปิดเผยความดีของผีตาโขน ที่มีต่อตนเองด้วย
โดยมีผู้มอบหุ่นผีตาโขนให้ จึงเอาไปตั้งไว้ในห้องทำงาน
ปรากฏว่าเจริญรุ่งเรืองมาโดยลำดับ
“เป็น รมว.สาธารณสุข เป็นรองนายกฯ เป็น รมว.มหาดไทย จนวันนี้เป็นนายกฯแล้ว เชื่อว่าส่วนหนึ่งก็มาจากผีตาโขน” นายอนุทินบอก
ฟังแล้วจะเชื่อหรือไม่ คงแล้วแต่วิจารณญาณ
แต่ “ผีตาหนู” วันนี้มากล้นด้วย “บารมี”
เป็นบารมีที่ถูกคาดหวังอย่างสูงว่า “ผีตาหนู” ที่เป็นฝ่าย “ดี”
จะสามารถใช้ความดี ปราบ “ผีไม่ดี” ได้
ต้องยอมรับว่า ตอนนี้สังคมไทยเผชิญ “นานาผีร้าย”
กระจายอยู่ในทุกที่ ทุกองค์กร
ผีเปรตที่หิวโหย ใช้การฉ้อฉล ทุจริตคอร์รัปชั่น ในทุกรูปแบบ ทุกวิธีการ พิสดารพันลึก สุดจะจินตนาการถึง กอบโกยผลประโยชน์
ถึงตรงนี้ ขออนุญาตแวะข้างทางสักเล็กน้อย
ตอนนี้ผีอันน่าจะอนุโลมไปถึง “ปีศาจ” กำลังอยู่ในความสนใจของสังคมไทย ผ่านซีรีส์ “ทนายปีศาจ” ที่เผยแพร่ผ่าน “เน็ตฟลิกซ์”
ที่ได้รับความสนใจ เพราะซีรีส์นี้ตีแผ่ความฉ้อฉลที่เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างถึงพริกถึงขิง
แม้มีเสียงวิจารณ์จากสื่อต่างประเทศจำนวนหนึ่ง ว่า โอเวอร์ ไม่สมจริงนัก
แต่ถ้าผู้วิจารณ์ได้มาสัมผัสสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมไทยตอนนี้
อย่างเรื่อง การโกงข้อสอบเข้าเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น ของกระทรวงมหาดไทย
อาจจะอ้าปากค้าง ด้วยสิ่งที่ปรากฏออกมาตอนนี้ มันส่อถึงการทุจริตฉ้อฉล ที่โอเวอร์เหนือจริงเหลือเกิน
แต่สิ่งที่เหนือจริงนั้น กลับมีเค้าลางความจริงอย่างน่าตกใจ
นี่ยังไม่รวมถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้
ไม่ว่าการกล่าวหา เรื่องการทุจริตในองค์กรอิสระ ในกระบวนการยุติธรรม ละเรื่อยไปถึงการฮั้ว ส.ว. เรื่องโครงการ “TH-AI” และอื่นๆ อีกจิปาถะ
ผี-ปีศาจ แห่งการทุจริตคอร์รัปชั่น มันช่างเกาะกินทำลายไปในทุกวงการ
และไม่ใช่เรื่อง “ปัจเจกบุคคล”
แต่เข้าไปบั่นเซาะทำลาย ถึงระบบ-โครงสร้าง ของประเทศอย่างถึงแก่น
คำถามอันน่าท้อแท้ก็คือ เราจะพึ่งบารมี “ผีดีๆ” เข้าไปจัดการกับ “ผีร้ายๆ”
ให้เหลือแต่ผีดีๆ น่ารักๆ อย่าง “ผีตาหนู” ได้อย่างไร?!?
สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร



