สถานีคิดเลขที่ 12 | ‘ระบบราชการ’ พัง ‘รัฐบาล’ ก็อยู่ไม่ได้ โดย ปราปต์ บุนปาน

29.06.26 | 12:30 น.

ระบบราชการ – ใครๆ ต่างก็ทราบกันดีว่า รัฐบาลไทยหรือรัฐไทยในช่วงกว่าหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมานั้นทำงานและดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคง (หรือไม่มั่นคง) เพราะ “ระบบราชการ”

“รัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา” ทั้งที่มีพื้นฐานมาจาก คสช. และพรรคพลังประชารัฐ ล้วนพึ่งพาพึ่งพิงสรรพกำลังของ “ระบบราชการ” และ “รัฐราชการ” อย่างชัดเจน เพราะผู้นำเหล่าทัพที่ทำรัฐประหารเอง ก็มีสถานะเป็นแกนกลางหนึ่งของระบบอันเข้มแข็งดังกล่าว

“รัฐบาลเพื่อไทย” ในยุค “เศรษฐา ทวีสิน” และ “แพทองธาร ชินวัตร” ดำเนินไปได้อย่างไม่สะดวกราบรื่น หากเต็มไปด้วยรอยสะดุดในการทำงาน ก็เพราะถูกขัดขวางจาก “ระบบราชการ” อย่างชัดเจนเปิดเผย

มาถึง “รัฐบาลอนุทิน 1-2” การเมืองไทยมีพลวัตไปอีกขั้น เมื่อพรรคการเมืองแนว “สหพันธ์บ้านใหญ่” ประสบความสำเร็จในการจัดตั้งรัฐบาลและได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง โดยมีแนวโน้มจะสามารถทำงานสอดประสานกับ “ระบบราชการ” ได้เป็นอย่างดี

(หลายๆ ภารกิจ ก็ให้ “รัฐราชการ” เป็นผู้นำทางหรือตัดสินใจแทนรัฐบาลได้เลย ขณะที่ในบางภารกิจ “ข้าราชการ” ก็เป็นฝ่ายออกรับ “เผือกร้อน” แทนนักการเมืองอย่างน่าทึ่ง)

Advertisement

อย่างไรก็ดี มาถึงปัจจุบัน “ระบบราชการ” อันเป็นพื้นฐานหลักสำคัญของ “รัฐไทย/รัฐบาลไทย” กลับกำลังเผชิญหน้ากับ “วิกฤตศรัทธา” ครั้งใหญ่

สืบเนื่องมาจากกรณีการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นซึ่งลุกลามไปปะปนกับความขัดแย้งระหว่างข้าราชการระดับสูงใน “กระทรวงมหาดไทย” ที่ปรากฏให้เห็นรางๆ ในพื้นที่ข่าวมาระยะหนึ่ง

พูดง่ายๆ ว่า “ระบบราชการในกระทรวงมหาดไทย” กำลังประสบปัญหา ทั้งในเรื่องกระบวนการสรรหาบุคลากรระดับฐานรากที่สุด ไปจนถึงเรื่องความไม่ลงรอยกันระหว่างผู้หลักผู้ใหญ่ระดับบนๆ ในกระทรวง

ทั้งๆ ที่ “กระทรวงมหาดไทย” เป็นกระทรวงใหญ่สำคัญที่สุดกระทรวงหนึ่งของรัฐบาล เป็นกระทรวงที่ควบคุมองคาพยพกลไกต่างๆ ของรัฐ ซึ่งจะมีบทบาทและพลานุภาพสูงมากในช่วงเลือกตั้ง

และเป็นกระทรวงที่มีรัฐมนตรีว่าการคนปัจจุบันชื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล”

จึงเป็นเรื่องน่าสนใจและท้าทายว่า อนุทิน ทั้งในฐานะนายกรัฐมนตรีและ มท.1 จะจัดการปัญหาใหญ่หลายระลอก ที่กำลังเกิดขึ้นกับกระทรวงมหาดไทยอย่างไร?

เพราะถ้าปล่อยให้ “ระบบราชการ” ของกระทรวงดังกล่าวพังทลาย สูญสิ้นศรัทธาจากประชาชน ไปต่อหน้าต่อตา ก็เหมือนเป็นการปล่อยปละให้ “พื้นฐานอันหนักแน่นคงทน” ที่รัฐบาลชุดนี้ตั้งมั่นอยู่ บุบสลายลงไปด้วยเช่นกัน

ขณะเดียวกัน รัฐบาลคงต้องหาวิธีการยืนยันพิสูจน์ตนเองว่า ปัญหาที่แลดูฟอนเฟะของ “ระบบราชการ” ตอนนี้ มิได้เกิดขึ้นเพราะการใช้อิทธิพลแบบผิดที่ผิดทางของ “นักการเมืองบ้านใหญ่” ในฟากรัฐบาล

พูดอีกแบบ คือ รัฐบาลต้องหาทางเคลียร์ตัวเองว่า “รัฐราชการไทย” มิได้ถูกเซาะกร่อนบ่อนทำลาย เพราะการใช้อำนาจในทางผิดของ “นักการเมือง”

ด้วยเหตุนี้ วิถีความเป็นไปของ “ระบบราชการในกระทรวงมหาดไทย” จึงผูกพันกับชะตากรรมของ “รัฐบาลภูมิใจไทย” อย่างลึกซึ้ง

ถ้าอย่างแรกพังลง อย่างหลังก็จะอยู่ยาก