รีเซตโกงสอบท้องถิ่น
การตรวจสอบขบวนการโกงสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น 6,669 ตำแหน่ง ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ประจำปี 2568 ที่มีผู้เข้าสอบกว่า 4.8 แสนคน มีมูลค่าความเสียหายบานปลายถึง 4,500 ล้านบาท
โดยเฉพาะล็อต 3,000 ตำแหน่ง ที่มีข้อมูล หลักฐานเชื่อมโยงว่ามีการทุจริต
หลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เข้าตรวจค้นบ้านพักย่าน จ.นนทบุรี พบกลุ่มบุคคล รวมเจ้าหน้าที่รัฐ 10 คน กำลังแก้ไขข้อมูลสำเนากระดาษคำตอบ และสแกนกลับเข้าระบบ
โดยพบหลักฐานเป็นสำเนากระดาษคำตอบกว่า 3,000 รายการ พร้อมบัญชีรายชื่อผู้เข้าสอบ ที่ถูกกำหนดให้แก้ไขคะแนนอย่างชัดเจน
เป็นเหตุให้ ป.ป.ช.ต้องเข้าตรวจค้นและยึดกระดาษคำตอบในการจัดสอบข้าราชการท้องถิ่นครั้งดังกล่าว จำนวน 8 แสนกว่าแผ่น ไปตรวจสอบเพื่อหาตัวผู้ร่วมกระทำความผิดทั้งขบวนการ ตั้งแต่ สถ. ผู้ว่าจ้างการจัดสอบ
สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ผู้ที่ชนะการประกวดราคา ในฐานะผู้รับจ้างการจัดสอบครั้งดังกล่าว
ตามมาด้วยคลิปเสียงสนทนาของขบวนการนายหน้าเรียกรับเงินของผู้เข้าสอบข้าราชการท้องถิ่น รายละตั้งแต่ 3.5-8 แสนบาท ของ “ส้ม” “กิจ” และ “พี่ทนาย” พาดพิงกล่าวหาไปถึงอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย อธิบการบดี มศว ภรรยาปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นเหตุให้ผู้ที่ถูกพาดพิงในคลิปเสียง
ทั้ง ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และอธิบการบดี มศว ต้องมอบหมายทนายความเข้าแจ้งความเอาผิดกับเพจเฟซบุ๊ก ที่นำคลิปเสียงดังกล่าวมาเผยแพร่
จากนี้เป็นขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะออกหมายเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งจาก สถ. มศว ตลอดจนรายชื่อที่ปรากฏอยู่ในคลิปเสียงดังกล่าว มาสอบปากคำ สืบสวนสอบสวนขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง
หากข้อมูลหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงใคร ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไป ตรงมา ไม่มีการละเว้น ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม
ตามนโยบายการป้องกันและปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกาศแนวทางไว้ว่าให้ยึดหลัก ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม
โดยให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานตรวจสอบต่างๆ ถือเอาพฤติกรรมของผู้กระทำความผิดเป็นหลัก ไม่ต้องกังวลว่า บุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น รวมทั้งคดีทุจริตอื่นๆ จะเป็นใครก็ตาม
ต้องไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ต้องถูกตรวจสอบอย่างเต็มที่ ไม่มีข้อละเว้น
เพราะเมื่อดูพฤติกรรมแห่งคดี เส้นทางของขบวนทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น สถ. มีตัวละคร ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องค่อนข้างชัดเจน ไม่ได้มีความซับซ้อน เกินความสามารถของหน่วยงานตรวจสอบ
ที่จะเร่งคลี่คลายคดีดังกล่าวให้สังคมและประชาชน ได้รับคำตอบโดยเร็ว
เพราะยิ่งปล่อยเวลาการตรวจสอบให้เนิ่นนานออกไป จากเหตุผลที่ต้องการให้คดีดังกล่าวเกิดความรัดกุม และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
อาจมีข้อครหาตามมาได้ว่าเป็นการ “เตะถ่วง” หรือพยายามจะตัดตอนความผิดเพื่อไม่ให้สาวถึงใครบางคน โดยเฉพาะในระดับ “บิ๊ก” หรือไม่
การตรวจสอบขบวนการทุจริตสอบข้าราชการ ของ สถ. บทสรุปสุดท้าย จะเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงจังของรัฐบาล และหน่วยงานด้านตรวจสอบของประเทศ
จตุรงค์ ปทุมานนท์



