สถานีคิดเลขที่ 12 : ไร้จริยธรรม
การประชุมสภาในสัปดาห์นี้จะเป็นสัปดาห์ส่งท้ายของสมัยประชุมแรก
ข่าวคราว ณ ขณะนี้มีบทสรุปการทำงานจากโพลที่พบว่าความนิยมของรัฐบาลลดลง ความนิยมฝ่ายค้านเพิ่มขึ้น
ความนิยมในส่วนของรัฐบาลยังเป็นผลงานจากการบริหาร เช่นเดียวกับฝ่ายค้านที่ได้ความนิยมจากผลงานการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล
แสดงว่าการทำงานของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านยังอยู่ในสายตาประชาชน
เป็นไปตามการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่เปิดทางให้ประชาชนมีส่วนร่วม
ทั้งนี้ในช่วงท้ายสมัยประชุมแรกของรัฐสภา มีวาระสำคัญที่น่าจับจ้อง
หนึ่ง คือ การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือเรียกกันว่าร่างกฎหมายนิรโทษกรรม
หนึ่ง คือ การพิจารณาถึงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมผ่านวุฒิสภามาแล้ว ทางวุฒิสภาเพิ่มข้อความใหม่ที่ไม่ให้นิรโทษกรรมผู้กระทำผิดตาม ม.112 และยืนยันว่าจะไม่นิรโทษกรรมผู้กระทำผิดในคดีฮั้วเลือก ส.ว.
ส่วนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดูเหมือนว่า การแก้ไขมาตรา 256 เพื่อยกร่างฉบับใหม่ จะรอฉบับของประชาชนที่กำลังรวบรวมรายชื่อ
คาดว่าไม่น่าจะทันยื่นสภาในสมัยการประชุมนี้
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้พรรคภูมิใจไทยเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ดังนั้น อาจพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรากันก่อนในประเด็นที่เหมือนพ้อง คือ โละทิ้งยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
ขณะที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หลายคนบอกว่ามีความหวังริบหรี่ เพราะมีปัญหาเรื่องที่มาของ ส.ส.ร.
ปัญหาเกี่ยวกับที่มาของ ส.ส.ร. มีปัญหามาโดยตลอด
ก่อนหน้านี้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำแนะนำในคำวินิจฉัยว่า ผู้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องไม่ได้มาจากประชาชนโดยตรง
ภายหลังมีการหารือนอกรอบ ระหว่างตัวแทนจากรัฐสภากับตัวแทนของศาลรัฐธรรมนูญ
มีการอธิบายข้อความดังกล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับ ส.ส.ร. แต่หมายถึงคณะกรรมการยกร่างที่ไม่ให้มาจากการเลือกตั้ง
อย่างไรก็ตาม คำอธิบายดังกล่าวถูกมองว่าเป็น “ความคิดเห็น” ไม่ใช่ “คำวินิจฉัย” หากไม่ระมัดระวังอาจขัดรัฐธรรมนูญปัจจุบัน
และอาจถูกร้องว่าขัดจริยธรรม
กลายเป็นว่า การเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เลือกตั้ง ส.ส.ร. เพื่อให้ไปคัดกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นเรื่องผิดกฎหมาย
ไม่ใช่ผิดกฎหมายธรรมดา แต่ผิดกฎหมายสูงสุดของประเทศ
ประเทศที่แจ้งต่อโลกว่าเป็นประชาธิปไตย มีรัฐบาล พรรคการเมือง และนักการเมืองที่รับใช้ประชาชน
แต่กลับไม่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมเลือกคนที่จะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ณ วันนี้เข้าใจว่า ทั้งรัฐบาล พรรคการเมือง และนักการเมือง ไม่กล้าทำ เพราะรัฐธรรมนูญกีดกัน
หากนักการเมือง หรือพรรคการเมืองที่ยังให้ประชาชนเลือกตั้ง ส.ส.ร. อาจเข้าข่ายผิดจริยธรรม ซึ่งมีความผิดถึงขั้นหมดอนาคตทางการเมือง
กลายเป็นว่า คนที่ตั้งใจดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการปกครองระบอบประชาธิปไตยต้องเสี่ยงต่อการทำผิดจริยธรรม
ตรรกะดังกล่าวยิ่งทำให้งุนงงกับคำนิยามของจริยธรรม
งุนงงว่า ฝ่ายสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กับกฎหมายที่ห้ามมิให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม อะไรคือจริยธรรม อะไรคือไร้จริยธรรม
คนที่ต้องการให้คนไทยมีส่วนร่วมยกร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ กับกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ไม่อยากให้คนเข้ามามีส่วนร่วม
อะไรคือฝ่ายที่ไร้จริยธรรมกันแน่

