สถานีคิดเลขที่ 12 | ยังกระเพื่อมแรง โดย วรศักดิ์ ประยูรศุข

9.07.26 | 10:12 น.

สังคมประเทศไทยยังเป็นทั้งข่าวดีและข่าวร้าย ที่ต้องตั้งรับกันต่อไป

ภาพรวมเศรษฐกิจการเมืองไทย ยังมีเรื่องต้องแก้ไขอีกมาก

อย่างเศรษฐกิจไทย การประเมินของหน่วยงานรัฐ ระบุว่า มีแรงส่งดีกว่าที่คาดการณ์ไว้

ด้วยปัจจัยหนุนจากวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ ผลกระทบจากสงครามที่น้อยกว่าคาด และมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมเศรษฐกิจยังขยายตัวต่ำและการฟื้นตัวไม่ทั่วถึง

Advertisement

อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือ GDP ของไทยในปี 2569 ประเมินว่าอยู่ที่ 2.3% และจะชะลอลงเหลือ 1.8% ในปี 2570

แม้ภาพรวมจะดูยืดหยุ่น หรือ Resilient แต่ในเชิงลึกพบว่า ธุรกิจรายใหญ่ปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ได้ดีและพอมีสภาพคล่อง

ขณะที่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เผชิญภาวะตึงตัวอย่างชัดเจนและมีข้อจำกัดในการปรับตัว

กลุ่มธุรกิจที่ขยายตัวได้ดีในปัจจุบันมีไม่มาก กระจุกตัวอยู่ใน 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มที่เกี่ยวเนื่องกับระบบ AI และอิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มที่ได้ประโยชน์ระยะสั้นจากมาตรการของรัฐ เช่น ธุรกิจค้าปลีกและร้านอาหาร

เครื่องยนต์หลักที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปี 2569 คือภาคการส่งออกสินค้า ซึ่งคาดว่าจะขยายตัวสูงถึง 14.0% โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีที่มีแนวโน้มเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 43.8% สอดคล้องกับการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวจากการขยายฐานการผลิตในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและ Data Center

ที่น่ากังวลคือ การส่งออกเทคโนโลยี อาจส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมน้อยกว่าในอดีต

เนื่องจากกระจุกตัวอยู่ในผู้ส่งออกรายใหญ่ไม่กี่ราย เพียง 1% ส่วนใหญ่เป็นบริษัทต่างชาติ แต่ครองสัดส่วนมูลค่าส่งออกถึง 85% ของกลุ่มเทคโนโลยีทั้งหมด

นอกจากนี้ ยังพึ่งพาการนำเข้าชิ้นส่วนสูงขึ้น ทำให้มูลค่าเพิ่มที่ตกอยู่กับเศรษฐกิจในประเทศมีจำกัด

การบริโภคภาคเอกชน จะถูกพยุงด้วยมาตรการจากภาครัฐโดยเฉพาะในไตรมาสที่ 3 ก่อนเริ่มชะลอตัวลงตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 ตามเม็ดเงินที่ทยอยหมดลง ประกอบกับกำลังซื้อของประชาชนที่ถูกกดดันจากรายได้ที่ชะลอตัว

ข่าวนี้บอกว่า งานของรัฐบาลที่เข้ามาพร้อมกับสถานการณ์แตกหักระดับโลกเมื่อเดือน ก.พ.2569 ยังหนักอยู่

วันสองวันนี้ สหรัฐก็เปิดฉากถล่มอิหร่านอีก ทำให้ราคาน้ำมันขยับอีก

เป็นจังหวะเดียวกับศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยพระราชกำหนดให้กู้เงิน 4 แสนล้าน ในวันที่ 9 ก.ค. และมีผู้ยื่นศาลว่า การกู้เงินดังกล่าว ไม่ถือเป็นความจำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ ตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ

แผนงานของรัฐบาล หากพระราชกำหนดผ่านก็คือการรื้อโครงสร้างพลังงานของประเทศ ด้วยการเปลี่ยนผ่านระบบพลังงานในประเทศ ไปเป็นพลังงานสะอาดที่เน้นพึ่งพาตัวเองมากกว่าการนำเข้าจากต่างประเทศ

สภาพทางการเมือง ยังมีแรงกระเพื่อมที่ต่อเนื่องจากข่าวสารต่างๆ ล่าสุดจากปัญหาการสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น

เป็นอีกเรื่องที่น่าจะต้องคิดแก้ไข ไม่ใช่เอาผิดคนทุจริต และเครือข่ายเท่านั้น

แต่ต้องแก้ในระดับโครงสร้าง ในระดับนโยบายและกฎหมายด้วย