รั่ว
สมมุติหากต้องสอบวัดผล หลังบริหารงานมาครบ 3 เดือน สำหรับรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล
สิ่งน่าเป็นห่วงไม่ใช่ห่วงจะมีมือ “ลึกลับพันลึก” มาทำให้ข้อสอบ “รั่ว” เพื่อช่วยให้สอบ “ผ่าน”
แต่ห่วงผลสอบที่ออกมามากกว่า
ห่วงว่าจะผ่านแบบมีรอย “รั่ว” เกิดในรัฐนาวาหรือเปล่า
เพราะต้องยอมรับว่า วาทกรรม “รัฐบาล 3 เดือน เหมือน 3 ปี” สะท้อนภาวะ
ไม่สดใสของรัฐบาลเท่าใดนัก
เนื่องจากเริ่มเห็นรอยรั่วแล้ว
แม้จะไม่ใช่รอยใหญ่ ถึงขนาดทำให้ เรือล่ม ก็ตาม
แต่กัปตันเรือหนูต้องเสียสมาธิ-เสียเวลา มาแก้ไข
อย่างน้อยต้องเรียกหา “รัฐมนตรีโลกลืม” ให้งัวเงียลุกขึ้นมา
ช่วยกันอุดรอยรั่วนั้น
ซึ่งก็น่าแปลกใจขนาดดาวเด่น ที่เคยฉายแสงจรัส อย่าง “ศ” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ก็ยังถูกโซเชียลสร้างกระแส “ศุภจีหายไปไหน” ขึ้นมาเขย่า
สะท้อนภาวะ “ไม่ปกติ” สักเท่าไหร่
ทั้งนี้ เมื่อพูดถึง “ศ” แล้ว อดที่จะต้องพูดถึง กระแสข่าวลือ เรื่อง นายกฯ “ศ” ที่อยู่ๆ ก็โผล่ออกมาว่าจะมาแทน นายกฯ “น” หนูไม่ได้
นี่เป็นข่าวลือแน่ๆ แต่กลับกลายเป็นว่า ผู้คนพากัน “สมาทาน” รับและต่อจิ๊กซอว์ข่าวลือนี้ให้เป็นภาพ “หลอน” กันอย่างเอาจริงเอาจัง
จนเกิดคำถามแค่ 3 เดือนเราต้องมาพูดเรื่องเปลี่ยนนายกฯ แล้วหรือ
ยังดีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 7 ต่อ 2 ว่าการกู้เงิน 4 แสนล้าน
ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
ทำให้กระแสว่านายกฯหนูจะ “หัวคะมำ” จากเรื่องนี้ลดลงไป
แต่ถึงขนาดทำให้ กระแสนายกฯ “ศ” หยุดลงเลยหรือไม่
ต้องบอกว่า ไม่แน่ใจ ด้วยมีเงื่อนไขที่ทำให้คนคิดมากเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ข่าวลือ เรื่อง “2 น” ไม่ลงรอยกัน ถึงจะยืนยันไม่จริงอย่างไร
คนก็ยัง “เอ๊ะ”
เอ๊ะ เพราะมันมี “ปมเงื่อน” ชวนให้ เกิดคู่ขนานตลอด
ความอื้อฉาวในกระทรวงมหาดไทย แม้มีความพยายาม จำกัดขอบเขตว่าเป็นเรื่องของข้าราชการเทาๆ
แต่ปัญหาที่ปะทุมาตั้งแต่ภูเก็ต จาก “ช่วยสีน้ำเงินด้วย” มาจนถึงกรณี “ฝีแตก” เรื่องการโกงสอบข้าราชการ “ท้องถิ่น”
พัวพันไปยังข้าราชการในก๊กต่างๆ ที่โยงไปถึงฝ่ายการเมืองที่แม้จะอยู่ในพรรคเดียวกันแต่ก็ฟาดฟันกันถึงรากถึงโคน
จนนำไปสู่ข่าวลือความขัดแย้งร้าวลึกในขั้วสีน้ำเงิน
ซึ่งแม้จะมีความพยายามแก้ หรืออธิบาย อย่างไร แต่ดูเหมือนจะหยุดยั้งความเชื่อไม่ได้
ความเชื่อ หรือพร้อมจะเชื่อ เช่นนี้เอง ทำให้ 3 เดือนของรัฐบาลอนุทิน “เหนื่อย”
เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นและหล่อเลี้ยงให้ความเชื่อขยายตัวไปเรื่อยๆ ล้วนเป็นเรื่องใหญ่-หนัก อย่างยิ่ง
ในมหาดไทย ไม่ต้องพูดถึง เป็นวิกฤตใหญ่ ที่ไม่ใช่เรื่องตัวบุคคล แต่เป็นเรื่องของระบบและโครงสร้าง ที่หมักหมมความฉ้อฉลเอาไว้มากจนแบกต่อไปไม่ไหว แตกโพละออกมาเน่าเหม็นไปทั่วทั้งประเทศ
และมีแนวโน้มลามไปถึงการเมืองขั้วสีน้ำเงิน ซึ่งแก้ไขไม่ดีจะกลายเป็น “หลุมดำ” ที่ดูดเอาปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในห้วง 3 เดือนของรัฐบาลซึ่งมีมากมายหลายเรื่องตั้งแต่เรื่องเทาๆ อย่างเรื่องเอไอในกระทรวงดีอี ไปจนถึงประสิทธิภาพการบริหารงาน ที่ “นโยบายเรือธง” ไม่อาจผลักดันให้เกิดขึ้นได้จริง แถมบิดเบี้ยวไปในทางอื้อฉาวอีกนานาเรื่อง
หลอมรวมเข้ามาเป็น “เมกะวิกฤต” เดียวกัน
รูรั่วจากเล็กๆ ก็จะกลายเป็นรูรั่วใหญ่
อุดไม่ไหว รัฐนาวา “หนู” ก็อาจล่มได้ง่ายๆ
สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร


