มีโอกาสนั่งดู-นั่งฟังการประชุมของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.งบประมาณ) ที่มีการไลฟ์สดผ่านช่องทางออนไลน์อยู่บ้างเป็นครั้งคราว
ก็มองเห็น “แนวโน้มที่ดี” หลายประการ
เรื่องที่มองเห็นได้ชัดเจนที่สุด คือ การที่ฝ่ายรัฐบาลยินยอมให้มีการถ่ายทอดสดการประชุม กมธ.งบประมาณ ตามข้อเสนอที่ฝ่ายค้าน เช่น พรรคประชาชน เสนอมาโดยตลอด
นี่คือกระบวนการที่ “เปิดเผยโปร่งใส” ยิ่งขึ้น ทำให้การอภิปรายของกรรมาธิการ ตลอดจนการชี้แจงของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง มีคุณภาพสูงขึ้น
เหลือแค่ขั้นตอนการทำงานใน “ห้องอนุกรรมาธิการ” ที่จะต้องหาวิธีการทำให้ “เปิดเผยโปร่งใส” ตามมา ในลำดับถัดไป
เรื่องถัดมาที่เป็น “แนวโน้มที่ดี” คือ การทำให้เอกสารงบประมาณ 2570 เป็นข้อมูลแบบ “Machine-Readable” ซึ่งจะทำให้กรรมาธิการสามารถวิเคราะห์รายละเอียดในเอกสารได้ง่าย รวดเร็ว แม่นยำ และชัดเจนยิ่งขึ้น
นับเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ อีกทางหนึ่ง
เชื่อว่า การไลฟ์สดการประชุม กมธ.งบประมาณ ก็ดี การทำให้เอกสารงบประมาณสามารถนำไปวิเคราะห์แยกแยะได้ง่ายขึ้นด้วยเทคโนโลยีก็ดี ที่ริเริ่มโดยสภาผู้แทนราษฎร จะเป็นการยกบาร์ ยกมาตรฐาน ที่อาจส่งผลสืบเนื่องไปถึงองค์กรผู้แทนประชาชนองค์กรอื่นๆ ซึ่งควรมีแนวทางปฏิบัติคล้ายคลึงสอดคล้องกัน
เช่น สภา กทม. หรือสภาในองค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ที่หลายแห่งต้องบริหารจัดการพิจารณางบประมาณจำนวนมหาศาลเช่นกัน
เรื่องท้ายสุด สังคมยังได้เห็นการทำงานที่แข็งขันกระตือรือร้นของ “วีระ ธีระภัทรานนท์” ซึ่งคราวนี้ เข้ามาเป็น กมธ.งบประมาณ ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ทว่า ยังคงปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบ ท้วงติง ให้ข้อเสนอแนะที่แหลมคม อย่าง “เป็นตัวของตัวเอง” แบบเต็มที่
อย่างน้อยที่สุด การดำรงอยู่ในคณะกรรมาธิการงบประมาณ 2570 ของวีระ ในฐานะ กมธ.โควต้า ครม. ก็ทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลดู “เปิดกว้าง” และรับฟังความคิดเห็นที่มองว่า การปฏิรูปภาครัฐหรือระบบราชการ สมควรเกิดขึ้นได้แล้ว
ทั้งยังเป็นการลดทอนน้ำหนักของข้อกล่าวหาที่ว่า “ระบอบอำนาจสีน้ำเงิน” เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับ “รัฐราชการไทย” อย่างแยกไม่ขาด
“แนวโน้มที่ดี” ในคณะกรรมาธิการงบประมาณ 2570 แสดงให้เห็นว่า อย่างไรเสีย “รัฐบาลอนุทิน-ภูมิใจไทย” ก็ยังเป็นรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยจากการเลือกตั้ง ซึ่งจำเป็นต้องปรับเปลี่ยน โอนอ่อน ตามกระแสสังคมบางอย่าง และมีพันธะภาระที่ต้องผลักดันประเทศให้เคลื่อนไปข้างหน้า สู่วิถีทางที่ดีขึ้น
แม้ไม่ทุกเรื่อง แต่ก็ต้องก้าวหน้าในบางเรื่อง (ก็ยังดี)



