งบเปลี่ยนผ่านพลังงาน – ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยด้วยมติ 7 ต่อ 2 เสียง ชี้ว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคแรก โดยเฉพาะในส่วนของงบประมาณ 2 แสนล้านบาทหลังที่กำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569
เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนผ่านการพึ่งพิงการใช้พลังงานฟอสซิลไปสู่การใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทน และพลังงานทางเลือกของภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน และประชาชนทั่วไป ให้ทันต่อเหตุการณ์ สามารถเดินหน้าโครงการที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศได้อย่างราบรื่นนับจากนี้
ด้วยหลักการและวัตถุประสงค์การใช้เงินกู้ 2 แสนล้าน เพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ ไปสู่การใช้พลังงานทดแทน ถือเป็นเรื่องที่ดี ต่อการลดการพึ่งพา “น้ำมัน” ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งต้องเผชิญกับปัจจัยความผันผวน ทั้งจากสงครามในพื้นที่ตะวันออกกลาง และประเด็นภูมิรัฐศาสตร์โลก
การเสนอนโยบายเปลี่ยนผ่านพลังงาน อาทิ รถอีวี การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ที่แต่ละหน่วยงานจะเสนอโครงการเข้ามาให้คณะกรรมการกลั่นกรอง ที่มีปลัดกระทรวงการคลังนั่งเป็นประธาน
รวมทั้งเลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ร่วมเป็นคณะกรรมการกลั่นกรอง ควรเป็นโครงการที่มีประสิทธิภาพ สร้างการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศได้จริง
โดยเฉพาะการนำเม็ดเงินดังกล่าวไปสร้างการหมุนทางเศรษฐกิจ ผ่านการจ้างงาน การลงทุนในโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานได้จริงและจับต้องได้
ไม่ควรเป็นรูปแบบการขอใช้งบประมาณในลักษณะดังกล่าวเหมือนเช่นในอดีต แบบ “ก๊อบปี้-เพสต์” โครงการเดิมๆ เปลี่ยนแค่ชื่อให้ดูใหม่ แต่ไส้ในไม่มีอะไรแตกต่าง
เพื่อหวังเอื้อประโยชน์ หรือล็อกสเปกให้กับเครือข่ายขาประจำหรือไม่
การตรวจสอบการใช้งบประมาณดังกล่าวจึงต้องเป็นไปอย่างรอบคอบ รัดกุม ไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกับงบประมาณในส่วนอื่นๆ อาทิ งบประมาณปี 2570
หากยึดตามแนวทางของ “กรวีร์ ปริศนานันทกุล” ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570
ที่จะพิจารณาการใช้งบประมาณต้องตอบโจทย์ตรงเป้าต่อภารกิจต่างๆ ที่เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และตรงเป้าหมาย ต่อการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน
ตามหลัก TQD โดย T คือ Target (ทาร์เก็ต) Q คือ Quality (ควอลิตี้) และ D คือ Duration (ดูเรชั่น) ถือว่าเป็นแนวทางที่เหมาะสม
เพื่อให้การใช้งบประมาณปีนี้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ดังนั้น ถ้างบโครงการใดที่จะใช้งบกลาง และซ้ำซ้อนกับเงินกู้ หรือซ้ำซ้อนกับโครงการอื่น ก็จะต้องปรับลด ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
จากนี้ คือ การพิจารณาและกลั่นกรองการใช้งบประมาณเงินกู้ 2 แสนล้านบาท ของคณะกรรมการกลั่นกรองฯ หากต้องการปฏิรูปเพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศให้เกิดขึ้นได้จริง
ต้องเริ่มต้นตั้งแต่การคัดกรองโครงการเพื่อจะอนุมัติงบประมาณให้ไปดำเนินการ ต้องเกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ
เพราะทุกบาท ทุกสตางค์ คือ ภาษีของประชาชน ที่ทุกฝ่ายต้องรับผิดชอบร่วมกัน

