ในครั้งแรกที่รัฐบาลนายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ออกมาประกาศแนวคิดจัดตั้ง “กระทรวงการกีฬา” แยกออกจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยตัดโอนภารกิจด้านการท่องเที่ยวไปอยู่กับกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ยังคิดว่าการดำเนินการต้องใช้เวลาอยู่พอสมควร
เพราะหากเทียบเคียงการปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ของประเทศช่วงปี 2545 จนนำไปสู่การปรับปรุงโครงสร้างส่วนราชการครั้งใหญ่ ทำให้แตกหน่อจากเดิม 14 กระทรวง เป็น 20 กระทรวงในปัจจุบัน
พบว่ากระบวนการ ขั้นตอนต่างๆ ใช้เวลา 1 ปีกว่า หากนับตั้งแต่ “นายทักษิณ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี ในเวลานั้น ได้ประกาศนโยบายการปฏิรูปหลังเข้ารับตำแหน่ง ในช่วงกุมภาพันธ์ 2544 ก่อนจะเห็นผลเป็นรูปธรรมช่วงตุลาคม 2545
แต่สำหรับการจัดตั้ง “กระทรวงการกีฬา” คาดว่าจะเกิดได้เร็วขึ้นภายในปี 2570 เดิมประเมินว่าอาจจะใช้เวลาประมาณ 3 ปี หลังล่าสุดที่ประชุม ครม.นัดล่าสุด 14 ก.ค.มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่…) พ.ศ. … ตามที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เสนอ ภายหลังจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงวัฒนธรรม ได้เสนอแนวทางปรับปรุงโครงสร้างส่วนราชการให้ ก.พ.ร.พิจารณา
สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ คือ การยุบรวม และแบ่งแยกหน้าที่ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวง วธ.เดิม ออกเป็น 2 กระทรวงใหม่ คือ กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว และแยกกีฬาออกมาเป็น “กระทรวงการกีฬา”
เป็นการปรับปรุงโครงสร้างของ 2 กระทรวงนี้ ให้สอดรับกับนโนบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภาใน 2 ด้าน 1.นโยบายด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ที่มีเป้าหมายในการสร้างให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายการเดินทางสำคัญในภูมิภาค และยกระดับภาคการท่องเที่ยวจากการเน้นปริมาณไปสู่การสร้างมูลค่าสูง
2.นโยบายด้านสังคม ที่มีเป้าหมาย พัฒนาทักษะและความสามารถด้านกีฬาเพื่อสร้างโอกาสให้คนไทย ส่งเสริมการจัดการแข่งขันกีฬาในระดับสากล ยกระดับมาตรฐานกีฬาไทยสู่ความเป็นเลิศในระดับนานาชาติ
ควบคู่กับการปรับระบบการบริหารจัดการองค์กรกีฬา ระบบสวัสดิการและสวัสดิภาพของนักกีฬาให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อจูงใจให้คนไทยมีความมุ่งมั่นและทุ่มเทในการก้าวสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพเพิ่มขึ้น
ก.พ.ร.ชี้ว่า การกำหนดให้ วธ.มีภารกิจหน้าที่และอำนาจด้านการท่องเที่ยวด้วยจะทำให้ภารกิจในการสืบสาน รักษา ต่อยอดและเผยแพร่ทุนทางวัฒนธรรมของประเทศและการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวมีความต่อเนื่องเป็นเนื้อเดียวกัน และการกีฬาเป็นการเสริมสร้างสุขภาวะ สุขภาพที่ดีในทุกช่วงวัย สามารถต่อยอดไปสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพที่สร้างรายได้
รวมถึงขับเคลื่อนสู่อุตสาหกรรมกีฬาที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ อันเป็นประโยชน์แก่เศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ตลอดจนจะทำให้การใช้จ่ายงบประมาณของรัฐสำหรับภารกิจด้านวัฒนธรรมและด้านการท่องเที่ยว และด้านการกีฬา มีความคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ดีสิ่งที่หลายฝ่ายตั้งคำถามกันมากคือ “ความจำเป็น” ในการปรับโครงสร้างส่วนราชการดังกล่าว
ส่วนหนึ่งอาจด้วยข้อกังวลในเรื่อง “ภาระงบประมาณ” และกรอบอัตรากำลัง ที่อาจเพิ่มขึ้น ในภาวะจำกัดจำเขี่ยงบประมาณของประเทศ
แม้ในประเด็นนี้ “น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์” รัฐมนตรีว่าการ วธ. ออกมายืนยันแล้วว่า “จะไม่มีการเพิ่มจำนวนตำแหน่ง อัตรากำลัง หรือกรอบงบประมาณในภาพรวมแต่อย่างใด ซึ่งเป็นไปตามกรอบนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการลดความซ้ำซ้อน และบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดินให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด”
ท้ายที่สุดแล้วการปรับโครงสร้างกระทรวงครั้งนี้ยังต้องวัดและพิสูจน์ว่าจะเดินไปสู่ภารกิจ เป้าหมายที่รัฐบาลวาดหวังได้แค่ไหน

