สถานีคิดเลขที่ 12 | วาระทุนมนุษย์ โดย สุพัด ทีปะลา

23.07.26 | 10:12 น.

หลายวันก่อนรัฐบาลนายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล จัดงานใหญ่คิกออฟ THAILAND2 ยกกำลังประเทศไทย ยกระดับทุนมนุษย์ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน

เป็นการผนึกกำลังของ 5 กระทรวงด้านการพัฒนาทุนมนุษย์ ประกอบด้วย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงแรงงาน และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อประกาศยุทธศาสตร์ระดับชาติในการพัฒนาทรัพยากรบุคคล

เป้าหมายสูงสุดก็เพื่อสร้างผลลัพธ์แบบทวีคูณในการพัฒนาประเทศ ผ่านการยกระดับศักยภาพของคนไทยทุกช่วงวัยให้พร้อมเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่

นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ฉายภาพความจำเป็นของการยกระดับทุนมนุษย์ ว่า “การพัฒนาคนเป็นวาระเร่งด่วนของโลก ท่ามกลางความท้าทายจากสังคมสูงวัย การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ประเทศที่จะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้ จึงต้องมี ‘ทุนมนุษย์’ ในเวอร์ชั่นใหม่ เป็นเวอร์ชั่นที่อัพเกรด และปรับตัวได้เร็ว

Advertisement

รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพคนไทย เพราะทุนมนุษย์เป็นหัวใจของการพัฒนาประเทศ และเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทย”

อย่างที่รู้กันดีว่าการพัฒนาทุนมนุษย์มีความสำคัญและจำเป็นในการขับเคลื่อนประเทศ แต่การผลักดันนโยบายช่วงหลายปีที่ผ่านมาของไทยยังไม่ตอบโจทย์มากนัก

สะท้อนได้จากผลการศึกษา “การพัฒนาทุนมนุษย์ในประเทศไทย การวิเคราะห์ช่องว่าง อุปสรรค และทางเลือกเชิงนโยบาย” โดย สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ยูนิเซฟ และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ในปี 2568

มีข้อค้นพบว่า ทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทยด้อยคุณภาพ ทิ้งกลุ่มเปราะบางหลายกลุ่ม การฝึกอบรมไม่เกิดประโยชน์หรือตอบโจทย์กับตลาดแรงงาน และทรัพยากรมนุษย์ไม่สามารถสร้างผลผลิตทางเศรษฐกิจ ได้มากเท่าที่ควร

สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนนั้น ได้ฟัง “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อว. ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “ยกกำลังประเทศไทย ยกระดับทุนมนุษย์” สรุปได้ว่า

ประเทศไทยยังมีความหวัง หากเร่งพัฒนาทุนมนุษย์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา อว.พร้อมกับกระทรวงต่างๆ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายด้านการพัฒนาทุนมนุษย์อย่างต่อเนื่อง โดย อว.มีแผนปฏิบัติการ 8 ยุทธศาสตร์ ครอบคลุมมิติเศรษฐกิจ ความมั่นคง การปฏิรูปการศึกษา

ขณะเดียวกันยังมี แผนปฏิบัติการ “Lifelong Support” ที่ดูแลคนไทยแบบครบวงจรตลอดช่วงชีวิต ซึ่งมีการขับเคลื่อนไปแล้ว

เริ่มจาก วัยเริ่มต้นชีวิต 0-6 ปี มุ่งลดภาระครอบครัววัยทำงาน ปรับเวลาศูนย์เด็กปฐมวัยให้สอดคล้องกับเวลาเข้างานของพ่อแม่ เร่งรัดการจ่ายเบี้ยเด็กเล็ก 600 บาท ภายใน 30-45 วัน ผลักดันกฎหมายคุ้มครองเด็ก

วัยเรียน 7-18 ปี ขับเคลื่อนนโยบายคืนเวลาให้ครู ผลักดันโครงการ Zero Dropout PLUS ตั้งเป้าพาเด็ก 5 แสนคนกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา

วัยเริ่มต้นเส้นทางอาชีพ 19-25 ปี สร้างความเท่าเทียมด้านการศึกษาโดยอุดหนุนงบ TCAS 147.2 ล้านบาท ผู้สมัครกว่า 9 แสนคน สอบ TGAT/TPAT ฟรี ตั้งเป้าผลิตแพทย์เพิ่ม 22,200 คน และบุคลากรทักษะสูงด้านเซมิคอนดักเตอร์กว่า 12,000 คน

วัยสร้างตัวและเติบโต 26-35 ปี ยกระดับสวัสดิการผู้ประกันตนด้วยสิทธิทันตกรรมใหม่ 12 รายการ ที่ไม่ต้องสำรองจ่าย จัดหางาน 4 หมื่นคน อัพสกิลแรงงานไทยสู่ยุค AI จำนวน 10 ล้านคน

วัยขยายศักยภาพไปจนถึงวัยเก๋าและกลุ่มเปราะบาง 36-60 ปีขึ้นไป เน้นยกระดับเกษตรกรสู่ผู้ประกอบการเทคโนโลยี ผลักดันพื้นที่เกษตร GAP และอินทรีย์ 2.62 ล้านไร่ ส่งเสริมแอพพลิเคชั่นจัดการแปลงเกษตรด้วยดาวเทียม สร้างความมั่นคงก่อนเกษียณด้วยสูตรบำนาญชราภาพ “CARE” รวมทั้งการขยาย Digital Healthcare Platform ที่มีผู้ใช้งานแล้วกว่า 3.67 ล้านคน

ในการผลักดันแผนยุทธศาสตร์ จะขับเคลื่อนโดย 7 คณะทำงาน ภายใต้คณะอนุกรรมการการพัฒนาทุนมนุษย์ ด้านการวิจัยและพัฒนาเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของ กรอ.

และหลังร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ผ่านสภา จะมีการตั้ง “คณะกรรมการทุนมนุษย์แห่งชาติ” ขึ้นภาพรวมทั้งหมดจะเชื่อมโยงกันทั้งทุนมนุษย์ในด้านเศรษฐกิจและการศึกษา

ทั้งหมดนี้เป็นอีกวาระสำคัญของรัฐบาล วาระสำคัญของประเทศ