สถานีคิดเลขที่ 12 | เศรษฐกิจและการเมือง โดย วรศักดิ์ ประยูรศุข

24.07.26 | 09:59 น.
เศรษฐกิจและการเมือง

หลังการเลือกตั้งครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งมีขึ้นเมื่อปี 2562

ประเด็นที่พูดกันมาก คือ การที่ประเทศไทยโตช้า วิ่งตามหลังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเดียวกัน

ตอนนั้นพูดกันมากว่า ระวังประเทศนั้นประเทศนี้จะแซงเราไป

สื่อต่างๆ เสนอข่าวดัชนีชี้วัดคุณภาพเปรียบเทียบระหว่างประเทศต่างๆ ทั้งในและนอกภูมิภาค

เวลาผ่านไปไม่กี่ปี เขาแซงเราไปเรียบร้อยแล้ว

Advertisement

ประเทศไทยเมื่อ 2531-2534 นายกฯชื่อ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เศรษฐกิจไทยฮอตสุดๆ จนยกย่องเป็น “เสือตัวที่ 5 ของเอเชีย”

ปี 2534 ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF/World Bank Annual Meetings) สะท้อนการยอมรับจากนานาประเทศ

ก่อนที่เสือจะตกท่อจากวิกฤตต้มยำกุ้งในปี พ.ศ.2540 ฟองสบู่แตกและการโจมตีค่าเงินบาท ทำให้เศรษฐกิจไทยหดตัวอย่างรุนแรง

นอกจากปัญหาเศรษฐกิจ ยังมีปัญหาการเมืองตามมา รัฐธรรมนูญประชาธิปไตยฉบับ 2540 ทำให้ปี 2544 รัฐบาลนำโดย นายกฯทักษิณ ชินวัตร ขึ้นสู่อำนาจ ชนะเลือกตั้ง 2 ครั้งแล้วถูกโค่นด้วยรัฐประหาร 2549

เกิดรัฐประหารอีกครั้งในปี 2557 เพื่อแก้ปัญหา “เสียของ” จากปี 2549

รัฐประหาร 2557 อยู่ยาวด้วยความมุ่งหมายจะปฏิรูปประเทศ แต่การปฏิรูปไม่เกิดขึ้น แต่เกิดรัฐธรรมนูญ 2560 ที่บ่งบอกว่า ผู้มีอำนาจอยากให้การเมืองอยู่ภายใต้แนวคิดความเชื่อของพวกเขาอย่างไร

เหตุการณ์หลังจากนั้น ในภาพรวมคือการถอยหลังครั้งใหญ่ การสูญเสียสถานะความเป็นประเทศที่เข้มแข็งทางเศรษฐกิจ มีความก้าวหน้าทางการเมือง

หลังคืนอำนาจและจัดเลือกตั้งปี 2562 บรรยากาศการเมืองเปิดกว้างมากขึ้น คำถามว่าจะแก้ไขสถานการณ์ของประเทศอย่างไรดี เริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ

นักเศรษฐศาสตร์ในหลายสาขาอาชีพ ชี้ว่าถึงเวลาต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจประเทศ ต้องเปลี่ยนเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่ล้าหลัง ฯลฯ

ส่วนการปรับโครงสร้างทางการเมืองของประเทศไม่ค่อยมีใครพูด ทั้งที่เป็นเรื่องใหญ่ และมีผลไม่แพ้กัน

หลังเลือกตั้ง 2566 รัฐบาลเพื่อไทยโดย นายกฯเศรษฐา ทวีสิน ใส่เรื่องแก้รัฐธรรมนูญเป็นหนึ่งใน “นโยบายเร่งด่วน” ในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อ 11 ก.ย.2566

สุดท้ายรัฐบาลเพื่อไทย ใช้โควต้านายกฯไป 2 จาก 3 คนนายกฯคนที่สอง แพทองธาร ชินวัตร ที่รับไม้ต่อจากนายกฯเศรษฐา พ้นจากอำนาจด้วยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจากกรณีคลิปเสียงฮุนเซน

พรรคประชาชนสร้างความฮือฮาในปี 2568 โหวตให้แคนดิเดตจากพรรคภูมิใจไทยเป็นนายกฯ พร้อมกับเขียน MOA เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเอาไว้

แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญในปี 2568 เกิดความเห็นแตกต่าง รัฐบาลภูมิใจไทยยุบสภาจัดเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 โดยจัดให้มีการออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญไปพร้อมกัน

พรรคภูมิใจไทยชนะเลือกตั้งด้วยจำนวน ส.ส.เกือบ 200 เสียง มากสุดในยุครัฐธรรมนูญ 2560 ตั้งรัฐบาลผสมที่แข็งแกร่ง ขณะที่ประชาชน 21 ล้านคนลงมติสนับสนุนการร่างรัฐธรรมนูญใหม่

ในทางเศรษฐกิจ พรรคภูมิใจไทยเดินหน้าไปพอสมควร หลังจากผลักดัน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านสำเร็จ เรียกความเชื่อมั่นจากสังคมและประชาชนได้ไม่น้อย ว่าจะมุ่งตรงไปแก้โจทย์เรื่องโครงสร้างที่พูดๆ กันมาตลอดได้ ไม่มากก็น้อย

แต่ในทางการเมือง ถ้าเป็นภาพยนตร์ อาจจะรู้สึกว่าเป็นหนังคนละเรื่อง

วาระ 4 ปีในการเมืองไม่มากมายอะไร น่าจะถึงเวลาแก้เกม แก้โจทย์การเมืองอย่างจริงจังแล้ว